
ตอนนี้ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากขึ้น และหนึ่งในสิ่งที่สร้างความสนใจไม่น้อย คือการนำนักแสดงที่เสียชีวิตไปแล้วกลับมาปรากฏตัวบนจอเงินอีกครั้ง
หลายคนอาจรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นนักแสดงในอดีตที่ตัวเองชื่นชอบอีกครั้ง แต่ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามตามมาว่า การนำรูปลักษณ์ของผู้ที่จากไปแล้วกลับมาใช้แบบนี้ กำลังเป็นการข้ามเส้นทางจริยธรรมไปแล้วหรือไม่
การนำตัวตนของคนที่จากไปแล้วมาใช้ ควรมีขอบเขตแค่ไหน?
ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในข้อถกเถียงสำคัญในวงการภาพยนตร์ เพราะเมื่อดาราผู้จากไปสามารถกลับมาปรากฏตัวบนจอได้อีกครั้ง พวกเขาอาจไม่ได้กลับมาในฐานะ “นักแสดง” แต่กลับมาในฐานะ “เครื่องมือสร้างรายได้”
ประเด็นนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังนำไปสู่ข้อถกเถียงด้านจริยธรรมด้วย โดย The Guardian เคยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการนำภาพและตัวตนของนักแสดงที่เสียชีวิตแล้วกลับมาใช้ในภาพยนตร์
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Carrie Fisher นักแสดงผู้รับบทเจ้าหญิงเลอาใน Star Wars ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว แต่ภาพและฟุตเทจที่มีอยู่ถูกนำมาใช้ต่อในภาพยนตร์ภาคต่อของแฟรนไชส์ และ Val Kilmer นักแสดงจาก Top Gun ก็เป็นอีกกรณีที่ทำให้การนำภาพหรือเสียงของนักแสดงที่เสียชีวิตแล้วกลับมาใช้ด้วยเทคโนโลยี กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองมากขึ้น
เมื่อ AI สามารถสร้างภาพและเสียงของนักแสดงที่เสียชีวิตแล้วได้ง่ายขึ้น ประเด็นจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี แต่รวมถึงคำถามว่า ใครควรมีสิทธิ์อนุญาตให้นำตัวตนของผู้เสียชีวิตมาใช้ โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าตัวไม่เคยระบุความต้องการไว้ก่อนเสียชีวิต ครอบครัวหรือผู้ดูแลมรดกควรมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนมากน้อยแค่ไหน และการนำภาพหรือเสียงไปใช้เพื่อสร้างรายได้ควรมีขอบเขตอย่างไร
ซึ่งในสหรัฐฯ ประเด็นนี้ก็เริ่มถูกนำไปกำหนดเป็นกฎหมายแล้ว อย่าง California Celebrities Rights Act ที่กำหนดว่าหากผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องใดที่จะนำดาราผู้เสียชีวิตมาใช้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือสิทธิ์ในมรดกของนักแสดงก่อน
ขณะเดียวกัน หลายประเทศก็เริ่มมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองตัวตนของบุคคลหลังเสียชีวิต เช่น เยอรมนีที่ให้ความคุ้มครองสิทธิในภาพลักษณ์ต่อเนื่องหลังการเสียชีวิต และฝรั่งเศสที่มีกฎหมายคุ้มครองภาพลักษณ์และชื่อเสียงของผู้ล่วงลับ สะท้อนว่าประเด็นนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเกี่ยวข้องกับสิทธิในการนำภาพ เสียง และตัวตนของผู้เสียชีวิตมาใช้ด้วย
เพราะแม้ AI จะทำให้เราสามารถนำคนที่จากไปแล้วกลับมาปรากฏในภาพยนตร์ได้อีกครั้ง แต่เจ้าของตัวตนเหล่านั้นไม่สามารถบอกได้อีกแล้วว่าพวกเขายินยอมหรือไม่ สิ่งที่ต้องพิจารณาจึงอยู่ที่ว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อรักษาความทรงจำของคนที่จากไป ควรเดินไปพร้อมกับการเคารพสิทธิในตัวตนของพวกเขาอย่างไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
