Gen นี้ต้องรู้ เข้าใจ Sora 2 ได้ใน 2 นาที
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

Gen นี้ต้องรู้! เข้าใจ Sora 2 ได้ใน 2 นาที

Clock Icon

7 ตุลาคม 2568

OpenAI ได้เปิดตัว “Sora 2” เครื่องมือสร้าง VDO ด้วย AI ที่เพียงผู้ใช้ป้อน Prompt มันก็พร้อมเสกภาพเเละเสียงให้อย่างใจต้องการ

ดีกว่าเจ้าอื่นยังไง เพราะ AI หลายตัวก็สร้าง VDO ได้แล้ว?

อย่าง Gemini Veo 3 หรือ Canva ก็ทำ VDO ออกมาได้สมจริงจนหลายคนเกือบแยกไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้ Sora 2 ต่างออกไปคือ “การมีส่วนร่วมของผู้ใช้” ที่ไม่เคยมีมาก่อนเพราะนอกจากจะสร้างฉาก วัตถุ และเสียงได้ละเอียดเหมือนถ่ายจริงแล้ว เวอร์ชันใหม่นี้ยังให้ผู้ใช้ “ใส่ตัวเอง” เข้าไปในวิดีโอได้เหมือนเข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ

ในขณะเดียวกัน OpenAI ก็มีการประกาศเตรียมระบบ “แบ่งรายได้” ให้เจ้าของผลงานที่อนุญาตให้ใช้ เช่น ค่ายหนังหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ของตัวละคร แต่สตูดิโอยักษ์ใหญ่อย่าง Disney กลับปฏิเสธไม่ให้ใช้เนื้อหาของตนใน Sora ด้วยเหตุผลเรื่อง “ลิขสิทธิ์” ผลกระทบจากเนื้อหาที่สร้างโดย AI

ซึ่งหากมองในมุมของผู้สร้าง ก็คงเข้าใจได้ว่าทำไม Disney ถึงไม่ยอมให้ใช้ผลงานของตัวเอง เพราะกว่าตัวละครหนึ่งตัวจะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลาหลายปี และทีมงานอีกเป็นร้อยคน ทั้งนักวาด คนทำแอนิเมชัน คนพากย์เสียง ไปจนถึงคนแต่งเพลง ที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ทุ่มแรงกายแรงใจในทุกขั้นตอน อย่างสโนว์ไวท์ ที่หลายคนคุ้นตา ก็ใช้เวลาสร้างถึง 4 ปี ถึงจะออกมาสมบูรณ์อย่างที่เห็นในทุกวันนี้

เมื่อการสร้าง “เรื่องเล่า” มาถึงจุดที่ AI สามารถจำลองเสียง หน้าตาและอารมณ์ของคนจริง ๆ ได้อย่างแนบเนียน เส้นแบ่งระหว่าง “การสร้างสรรค์” กับ “การคัดลอก” จึงสั่นคลอนอย่างน่ากลัว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การมาของ Sora 2 นับเป็นการท้าดวลครั้งใหม่ในศึก “AI วิดีโอ” ที่กำลังดุเดือด เพราะตอนนี้ทั้ง Meta และ Google ต่างก็เร่งพัฒนาเทคโนโลยีสร้างวิดีโอด้วย AI ในทิศทางเดียวกัน

ส่วนในมุมของครีเอเตอร์ไทย ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นี่คือทั้ง “โอกาสใหม่” ที่จะทำให้การสร้างคอนเทนต์เร็วและง่ายขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็เป็น “ความท้าทาย” ด้านลิขสิทธิ์ ที่ต้องระวังมากกว่าเดิมเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว