ยากกว่าการสร้างแพลตฟอร์ม คือการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อมีทางเลือกใหม่ คนไทยพร้อมให้โอกาสแพลตฟอร์มไทยแค่ไหน
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

ยากกว่าการสร้างแพลตฟอร์ม คือการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค? เมื่อมีทางเลือกใหม่ คนไทยพร้อมให้โอกาสแพลตฟอร์มไทยแค่ไหน

Clock Icon

29 กรกฎาคม 2569

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ถูกขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มต่างชาติ จนกลายเป็นช่องทางหลักที่ผู้ประกอบการไทยใช้ในการเข้าถึงลูกค้า

ส่วนไทยเอง เราก็เริ่มมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยเกิดขึ้นหลายราย โดยต่างชูจุดขายที่คล้ายกัน เช่น ลดหรือยกเว้นค่า GP คิดค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมมากขึ้น สนับสนุนผู้ประกอบการไทย และพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์ตลาดในประเทศ

การเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มไทยเหล่านี้ สะท้อนว่าไทยกำลังพยายามสร้าง "ทางเลือกใหม่" ให้กับตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่ไม่ใช่เพียงเพื่อเพิ่มการแข่งขัน แต่เป็นการวางรากฐานให้ผู้ประกอบการไทยมีบทบาทมากขึ้น และลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติในระยะยาว

แต่โจทย์ที่ยากกว่า คือการเปลี่ยน "ความเคยชิน" ของผู้บริโภค?

แม้วันนี้จะเริ่มมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยเกิดขึ้นหลายราย แต่โจทย์ที่ยากกว่าการสร้างแพลตฟอร์ม คือการทำให้ ผู้บริโภคยอมเปลี่ยนมาใช้งาน

เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนไทยคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มเดิมๆ จนชินไปแล้ว

ฝั่งผู้ประกอบการเองก็ไม่ต่างกัน เพราะหลายร้านลงทุนกับระบบหลังบ้าน และสร้างฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์มเดิมมานาน

สิ่งที่ผู้เล่นรายใหญ่สร้าง ไม่ใช่แค่ Marketplace แต่คือ "Digital Habit"

หลายคนอาจมองว่าการแข่งขันของอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ราคา แต่ในความเป็นจริง ผู้เล่นระดับโลกใช้เวลาหลายปีสร้าง "Digital Habit" หรือพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค ยิ่งพอมีผู้ซื้อมาก ร้านค้าก็ยิ่งเข้ามา ยิ่งมีร้านค้ามาก ผู้ซื้อก็ยิ่งมีตัวเลือกมากขึ้น เกิดเป็นวงจรที่เรียกว่า Network Effect ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้แพลตฟอร์มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้ฝังรากแล้ว การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างแอปฯ ใหม่ แต่คือการสร้างเหตุผลที่มากพอให้ผู้คนเปลี่ยนความเคยชิน

โอกาสของแพลตฟอร์มไทย...ยังมี แต่เป็น "เกมยาว"

หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงคิดว่า อ้าว…พอมีแพลตฟอร์มไทยแล้วยังไงต่อ?

ซึ่งการมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของคนไทยเกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ตลาดมีทางเลือกมากขึ้น

เพราะอันที่จริงผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่าแพลตฟอร์มที่ใช้เป็นของประเทศอะไร แต่เลือกใช้เพราะ ราคา ความคุ้มค่า ความสะดวก และความเชื่อมั่น หากแพลตฟอร์มไหนถูกกว่า ส่งเร็ว หรือมีโปรโมชันที่ดี คนก็พร้อมจะย้ายไปใช้ทันที

ในมุมของผู้ขายเอง ก็ไม่ได้ตัดสินใจจากการดูว่าแอปไหนมีค่า GP ถูกอย่างเดียว แต่มองเรื่องจำนวนลูกค้า ระบบขนส่ง และเครื่องมือในการช่วยขาย รวมถึงโอกาสในการสร้างยอดขาย

เปรียบง่าย ๆ หากเป็นการเลือกเช่าพื้นที่ในตลาด พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ก็คงเลือกตลาดที่มีคนเดินเยอะ เพราะมีโอกาสขายของได้มากกว่า แม้ค่าเช่าจะสูงกว่าก็ตาม ดังนั้น ต่อให้แพลตฟอร์มคิดค่าธรรมเนียมต่ำ หากยังมีผู้ใช้งานไม่มาก ก็อาจยังไม่ใช่แรงจูงใจเพียงพอให้ร้านค้าย้ายมาใช้งาน

นี่จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายของแพลตฟอร์มไทย เพราะต้องดึงทั้งผู้ซื้อและผู้ขายให้เติบโตไปพร้อมกัน หากมีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ระบบก็เดินต่อได้ยาก


สุดท้าย การแข่งขันครั้งนี้คงไม่ใช่เกมระยะสั้น แต่เป็น "เกมยาว" ที่แพลตฟอร์มไทยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า "ทำไมผู้คนจึงควรเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมมาใช้แพลตฟอร์มไทย" ไม่ว่าจะเป็นด้านราคา ความคุ้มค่า หรือประสบการณ์การใช้งาน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคและผู้ขายก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเช่นกัน ดังนั้น ความสำเร็จจึงต้องอาศัยทั้งเวลา ความร่วมมือ และการสร้างพฤติกรรมใหม่ไปพร้อมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว