
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติอนุมัติโครงการภายใต้กองทุน USO เพิ่มอีก 4 โครงการ เพื่อเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ
โดยเน้นทั้งการขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล การเสริมความปลอดภัยให้ประชาชน และการพัฒนาระบบสื่อสารให้มีความเสถียรมากขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน
สำหรับโครงการแรก วงเงิน 1,227.883 ล้านบาท เป็นการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยัง 3,684 จุดทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ที่ภาคเอกชนยังไม่ลงทุน เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงดิจิทัล
ขณะที่โครงการที่สอง วงเงิน 250 ล้านบาท สำหรับพัฒนาระบบสื่อสารเพื่อความปลอดภัยของประชาชน รองรับการแจ้งเตือนภัยและเหตุฉุกเฉินผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม
ส่วนโครงการที่สาม วงเงิน 882.23 ล้านบาท เป็นการพัฒนาเสาสัญญาณร่วม (Co-Tower) ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม อย่าง พิษณุโลก เชียงราย สงขลา พระนครศรีอยุธยา และน่าน เพื่อให้ระบบสื่อสารยังคงใช้งานได้แม้เกิดวิกฤต
และโครงการสุดท้าย วงเงิน 169.3 ล้านบาท สำหรับพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Traffic USO) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงข่ายและการให้บริการในภาพรวม
การเดินหน้าโครงการดังกล่าว สะท้อนทิศทางของภาครัฐ ที่ต้องการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย ให้มีความครอบคลุมและมั่นคงมากขึ้น ที่ไม่เพียงแค่เพิ่มโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แต่ยังเสริมความพร้อมของประเทศในการรับมือกับภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
