
จากเหตุการณ์พบพนักงานบริษัทขนส่งเอกชนรายหนึ่งนำข้อมูลลูกค้าไปขายให้ขบวนการส่งสินค้าเก็บเงินปลายทาง โดยผู้รับไม่เคยสั่งสินค้า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โดย พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการฯ มอบหมายให้ ร.ท. ฐานันดร สำราญสุข รรก.ผอ.ตส. และหัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC Eagle Eye) ลงพื้นที่ประสานจัดการข้อมูลคดีร่วมกับ สภ.เมืองภูเก็ต
โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 68 ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย คือ ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต โดยถูกตั้งข้อหา สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน การใช้-ซื้อ-ขาย และแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดอาญาอื่น และแสวงหาประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ซึ่งถูกยึดโน้ตบุ๊กของกลาง ที่พบฐานข้อมูลส่วนบุคคล มากกว่าแสนรายชื่อ โดยตอนนี้อยู่ระหว่างขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงเตรียมรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับอดีตพนักงานบริษัทขนส่งเอกชนอีก 1 รายที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วย
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
