
ฟุตบอลโลก 2026 เพิ่งเปิดฉากได้ไม่นาน แต่ตัวเลขที่น่าจับตาไม่แพ้ผลการแข่งขันคือ เม็ดเงินพนันฟุตบอลที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดว่าอาจสูงถึง 47,574 ล้านบาทตลอดทัวร์นาเมนต์
ขณะที่ภาครัฐเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ระบุว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมายแล้ว 673,699 รายการในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา และอีก 13,888 รายการใน 18 วันแรกของการแข่งขัน
แม้จำนวนเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นจะเพิ่มขึ้น แต่เม็ดเงินพนันกลับยังพุ่งสูง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลไกของแพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้คนกลับมาเล่นซ้ำ แม้จะรู้ว่าโอกาสเสียมีมากกว่าชนะ
⚫️ เมื่อข้อมูลผู้ใช้กลายเป็น “อาวุธ” ของเว็บพนัน
เบื้องหลังแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ ไม่ได้ต่างจากโซเชียลมีเดียหรือบริการสตรีมมิงที่เราใช้งานทุกวันมากนัก ทุกการคลิก ทุกการเลื่อนหน้าจอ และทุกการตัดสินใจของผู้ใช้ ล้วนถูกเก็บและวิเคราะห์ เพื่อนำไปปรับประสบการณ์ให้ตรงกับพฤติกรรมของแต่ละคน
แต่สิ่งที่แตกต่าง คือเป้าหมายของระบบไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม แต่ถูกออกแบบให้ผู้เล่นใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มให้นานที่สุด และกระตุ้นให้กลับมาเดิมพันซ้ำอย่างต่อเนื่อง
⚫️ เบื้องหลังความหวังครั้งถัดไป คือกลไกอะไรที่ทำให้คนเล่นต่อ?
หลายคนอาจเคยเห็นเกมสล็อตที่สัญลักษณ์หยุดห่างจากแจ็กพอตเพียงช่องเดียว แม้ผลลัพธ์จะถือว่า "แพ้" แต่ความรู้สึกกลับคล้ายกับว่า "เกือบชนะ" และนั่นอาจกระตุ้นให้กดเล่นต่ออีกครั้ง
กลไกนี้เรียกว่า Near-Miss Effect หรือ "เกือบชนะ" งานวิจัยจาก University of British Columbia พบว่า ผู้เล่นมักมีแรงจูงใจเล่นต่อ แม้โอกาสชนะในรอบถัดไปจะไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย
สอดคล้องกับงานวิจัยจาก Cambridge ที่พบว่า ผลลัพธ์แบบ Near-Miss สามารถกระตุ้นวงจรสมองส่วนเดียวกับที่ตอบสนองต่อรางวัลจริง ทำให้สมองตีความว่า "เกือบได้" เป็นสัญญาณให้พยายามต่อ มากกว่ามองว่าเป็นความพ่ายแพ้
ขณะเดียวกัน รูปแบบการให้รางวัลแบบไม่แน่นอน (Variable Reward Schedule) ยังถูกมองว่าเป็นอีกกลไกสำคัญ เพราะความไม่แน่นอนของรางวัลส่งผลต่อระบบโดปามีนในสมองแตกต่างจากรางวัลที่คาดเดาได้
⚫️ เมื่อกลไกพนันออนไลน์เข้าถึงเด็กไทยได้ง่ายขึ้น
ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สำรวจปี 2566) พบว่า เยาวชนอายุ 15-25 ปี เล่นพนันออนไลน์แล้ว 32.3% หรือเกือบ 3 ล้านคน ใช้เงินเฉลี่ย 1,633 บาทต่อเดือน คิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 58,675 ล้านบาท และมีนักพนันหน้าใหม่ราว 739,000 คน
รายงานสุขภาพไทย ปี 2568 ของ สสส. และมหาวิทยาลัยมหิดล ยังพบว่า เยาวชนที่มีปัญหาการพนันมีแนวโน้มเผชิญปัญหาสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และผลกระทบด้านการเรียน
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่จำนวนผู้เล่น แต่คือช่องทางการเข้าถึง รายงานของ สสส. พบว่า คำค้นหา "บาคาร่า" "สล็อต" และ "เว็บพนัน" บนสื่อสังคมออนไลน์มียอดเข้าถึงรวมกว่า 5 ล้านครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าเนื้อหาชักชวนเล่นพนันไม่ได้อยู่แค่บนเว็บไซต์ แต่แทรกอยู่ในฟีดที่เด็กไทยใช้งานทุกวัน
ความเปราะบางของเยาวชนมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพราะสมองส่วนที่ควบคุมแรงกระตุ้นและประเมินความเสี่ยงระยะยาวยังพัฒนาไม่เต็มที่ ขณะที่ระบบตอบสนองต่อรางวัลและความตื่นเต้นพัฒนาเร็วกว่า ทำให้วัยรุ่นตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้เร็ว แต่ประเมินผลกระทบระยะยาวได้ช้ากว่า
กลไกเหล่านี้ส่งผลต่อผู้เล่นทุกวัย แต่ผลกระทบอาจรุนแรงเป็นพิเศษในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะยังอยู่ในช่วงพัฒนาการของสมองและการควบคุมตนเอง
เมื่อแพลตฟอร์มถูกออกแบบให้กระตุ้นการเล่นซ้ำผ่านกลไกอย่าง Near-Miss Effect และ Variable Reward อยู่แล้ว เด็กและเยาวชนจึงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
⚫️ เมื่อเว็บถูกปิด แต่ “ระบบยังคงทำงานอยู่”
การนำ AI และมาตรการทางกฎหมายมาใช้ปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ถือเป็นก้าวสำคัญในการรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นในยุคดิจิทัล แต่ในความเป็นจริง เว็บไซต์พนันแห่งใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เปลี่ยนชื่อโดเมนหรือย้ายแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว ทำให้โจทย์สำคัญอาจไม่ได้อยู่เพียงการปิดกั้น URL เท่านั้น แต่รวมถึงการทำความเข้าใจกลไกเบื้องหลังที่ทำให้ผู้ใช้งานกลับเข้ามาเล่นซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ การแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับมาตรการอื่น ๆ นอกเหนือจากการปิดเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันหลายหน่วยงานเริ่มให้ความสำคัญกับการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบแนะนำเนื้อหา การแจ้งเตือน การตลาดดิจิทัล หรือรูปแบบการออกแบบแพลตฟอร์มที่สามารถกระตุ้นการมีส่วนร่วมและส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
ในระยะต่อไป การรับมือกับปัญหาพนันออนไลน์จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการทั้งเทคโนโลยี การบังคับใช้กฎหมาย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล ลดความเสี่ยง และป้องกันผลกระทบต่อสังคมได้อย่างยั่งยืน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
