กรมชลฯ จับมือญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยีคุมน้ำในนาผ่านมือถือ แก้ปัญหาน้ำไม่พอ ไม่ทั่วถึง
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

กรมชลฯ จับมือญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยีคุมน้ำในนาผ่านมือถือ แก้ปัญหาน้ำไม่พอ-ไม่ทั่วถึง

Clock Icon

5 สิงหาคม 2569

ปัจจุบัน ปัญหาน้ำในภาคเกษตรไทยมีความซับซ้อนมากขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งการจัดสรรน้ำด้วยวิธีเดิมที่ต้องอาศัยคนเปิด-ปิดประตูน้ำ อาจทำให้การส่งน้ำไม่ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ และเกิดปัญหาน้ำมากเกินไปหรือไม่เพียงพอได้

กรมชลประทาน จึงได้ร่วมมือกับสถาบันการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศญี่ปุ่น (JIID) นำเทคโนโลยี “Paditch” ประตูระบายน้ำอัจฉริยะ มาช่วยแก้ปัญหาการจัดสรรน้ำให้แม่นยำขึ้น 

⚫ รู้จัก “Paditch” ระบบจัดการน้ำอัจฉริยะ ช่วยแก้ปัญหาน้ำไม่ทั่วถึง

“Paditch” (Automatic Water Supply Outlets) เป็นประตูระบายน้ำอัจฉริยะ สำหรับติดตั้งในแปลงนาของญี่ปุ่น ที่เชื่อมต่อระบบออนไลน์ และควบคุมผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ พร้อมทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำแบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยควบคุมปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชในแต่ละพื้นที่

การทำงานของ Paditch คือเมื่อระดับน้ำในแปลงนาถึงค่าที่กำหนด ระบบจะสั่งให้ประตูระบายน้ำปิดโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถควบคุมการใช้น้ำได้แม่นยำขึ้น ลดการสูญเสียน้ำ และช่วยให้น้ำกระจายไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

⚫ พิสูจน์แล้วในพื้นที่นำร่องว่าช่วยแก้ปัญหาแย่งน้ำได้จริง

กรมชลประทานได้เริ่มนำร่องทดลองใช้เทคโนโลยี Paditch ตั้งแต่ปี 67 จำนวน 20 ชุด ในพื้นที่จังหวัดลำปางและกาฬสินธุ์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำระดับแปลงนา ซึ่งผลที่ได้คือ เกษตรกรสามารถควบคุมระดับน้ำในแปลงได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและวัดผลได้

  • ลำปาง ผลผลิตเพิ่มจากประมาณ 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 600-800 กิโลกรัมต่อไร่

  • กาฬสินธุ์ ผลผลิตเพิ่มจาก 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 1,000-1,200 กิโลกรัมต่อไร่

⚫ ใช้ AI และดาวเทียม เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบริหารน้ำ

นอกจาก Paditch แล้ว กรมชลประทานยังเตรียมนำเทคโนโลยีอื่น เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบริหารน้ำ เช่น AI ดาวเทียม และ IoT เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูก คาดการณ์ปริมาณน้ำ และวางแผนการส่งน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

เป้าหมายคือการเปลี่ยนระบบการบริหารน้ำจากเดิมที่มักจะจัดสรรจากปริมาณน้ำที่เหลือในเขื่อน มาเป็นการวางแผนจัดสรรล่วงหน้า ให้ตรงกับความต้องการน้ำของแต่ละพื้นที่มากขึ้น

⚫ เตรียมพัฒนาเวอร์ชันไทย ลดต้นทุน ใช้งานง่ายขึ้น

หลังผลการทดลองใช้งานเป็นที่น่าพอใจ กรมชลประทานจึงเตรียมขยายการใช้งาน Paditch ไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น ขอนแก่นและสุพรรณบุรี ในช่วงปี 69-73 พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับญี่ปุ่นพัฒนา Paditch เวอร์ชันไทยเพื่อปรับให้เหมาะกับรูปแบบการทำเกษตรของไทยมากขึ้น ควบคู่ไปกับการลดต้นทุน  เพราะอุปกรณ์จากญี่ปุ่นในปัจจุบันมีต้นทุนสูงถึงชุดละ 50,000-60,000 บาท 

⚫ เป้าหมายใหญ่ เปลี่ยนการจัดการน้ำเกษตรไทยทั้งระบบ 

กรมชลประทานตั้งเป้าขยายระบบชลประทานอัจฉริยะให้ครอบคลุมมากขึ้นภายใน 3-5 ปีข้างหน้า โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนจัดสรรน้ำ ไปจนถึงการควบคุมการใช้น้ำในระดับแปลงเกษตร

ซึ่งหากทำสำเร็จตามเป้า ก็อาจช่วยให้เกษตรกรใช้น้ำได้คุ้มค่ามากขึ้น และลดปัญหาน้ำไม่เพียงพอหรือน้ำส่วนเกินในพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสเพิ่มผลผลิต ยังช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคเกษตรไทยให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ_AI_ยังเป็นความลับอยู่ไหม_เมื่อระบายกับ_AI_แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
ต่างประเทศสังคม

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐจับมือ_IMF_World_Bank_เปิดแผน_Bangkok_Blueprint_ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

clock15 ชั่วโมงที่แล้ว
ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา_หลังหน่วยงานสั่งตรวจ_AI_ขั้นสูง_เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน
ต่างประเทศสังคม

ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา! หลังหน่วยงานสั่งตรวจ AI ขั้นสูง เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน

clock17 ชั่วโมงที่แล้ว