Microsoft สะดุดเป้าหมาย Net Zero AI ดันคาร์บอนพุ่ง 25
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

Microsoft สะดุดเป้าหมาย Net Zero? AI ดันคาร์บอนพุ่ง 25%

Clock Icon

13 กรกฎาคม 2569

กระแสการลงทุนด้าน AI กำลังผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกแข่งขันกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ Data Center ที่เป็นหัวใจสำคัญของการประมวลผล AI

แต่การเติบโตนี้ กำลังสร้างความท้าทายครั้งใหม่ให้กับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรเทคโนโลยีรายใหญ่

ล่าสุด Microsoft เผยในรายงานความยั่งยืนประจำปี 2025 ว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าแม้บริษัทจะเดินหน้าพัฒนา AI อย่างเต็มกำลัง แต่ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปล่อยคาร์บอนแตะ 20 ล้านตัน จากการลงทุน Data Center ครั้งใหญ่?


Microsoft ระบุว่า ในปี 2025 บริษัทปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) รวม 20 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 16 ล้านตัน ในปี 2024

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้น ได้แก่

- การก่อสร้าง Data Center แห่งใหม่จำนวนมากเพื่อรองรับ AI
- การใช้วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง
- การชะลอการซื้อ Renewable Energy Credits (RECs) หรือใบรับรองพลังงานหมุนเวียน
บางประเภท ซึ่งบริษัทเห็นว่ายังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการสร้างพลังงานสะอาดเพิ่มเติม

แม้การตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้ตัวเลขการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ Microsoft มองว่าเป็นการปรับแนวทางให้การลงทุนด้านความยั่งยืนมีคุณภาพและเกิดผลลัพธ์ที่แท้จริงมากกว่าเดิม

AI ไม่ได้ใช้แค่ไฟฟ้า แต่ใช้ทั้งพลังงาน น้ำ ที่ดิน และทรัพยากร


ในรายงาน แบรด สมิธ ประธานบริษัท Microsoft และ เมลานี นากากาวะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ระบุว่า

การเติบโตของ AI ไม่ได้เพิ่มเพียงความต้องการใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังทำให้ความต้องการใช้น้ำ ที่ดิน วัสดุก่อสร้าง และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะที่เทคโนโลยีด้านความยั่งยืน ทั้งพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันลดคาร์บอน ยังเติบโตไม่ทันกับความต้องการของอุตสาหกรรม AI

Microsoft ยอมรับว่า ความตึงเครียดระหว่าง "การเร่งพัฒนา AI" กับ "การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม" เป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นจริง และเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมในช่วงหลายปีข้างหน้า

เป้าหมาย Carbon Negative ภายในปี 2030 กำลังถูกทดสอบ


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2020 Microsoft ประกาศเป้าหมายว่าภายในปี 2030 บริษัทจะสามารถกำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศได้มากกว่าปริมาณที่ปล่อยออกมา (Carbon Negative)

แผนดังกล่าวประกอบด้วย

- พัฒนา Data Center ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- ลงทุนในพลังงานหมุนเวียน
- สนับสนุนเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture)
- ใช้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอน

แต่เมื่อการแข่งขันด้าน AI รุนแรงขึ้น เป้าหมายนี้ก็เผชิญแรงกดดันมากกว่าที่บริษัทเคยคาดไว้

Microsoft ปรับกลยุทธ์ด้าน Carbon Credit


ซึ่ง Microsoft ก็เริ่มทบทวนแนวทางการชดเชยคาร์บอน โดยบริษัทมีแผนลดการทำสัญญาซื้อคาร์บอนเครดิตรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะโครงการที่ถูกตั้งคำถามว่าไม่ได้ช่วยสร้างพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ Microsoft ยังอยู่ระหว่างพิจารณาปรับเป้าหมายการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ที่เคยตั้งไว้ว่า ทุกชั่วโมงของการใช้ไฟฟ้าจะต้องมีพลังงานหมุนเวียนรองรับในสัดส่วนเทียบเท่า

บริษัทจึงมองว่า การลดการพึ่งพาคาร์บอนเครดิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้ตัวเลขการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่จะช่วยให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนมีความโปร่งใสและเกิดผลจริงในระยะยาว

บททดสอบที่กำลังเกิดขึ้นกับเหล่าบิ๊กเทค?

Microsoft ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังเผชิญความท้าทายนี้ หลายบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเริ่มปรับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม หลังการลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐของสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลายข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในบางส่วน

ทำให้หลายองค์กรต้องทบทวนแนวทางการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการชดเชยคาร์บอน
เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน

AI จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

กรณีของ Microsoft สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันด้าน AI ในวันนี้ไม่ได้วัดกันเพียงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีหรือประสิทธิภาพของโมเดลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืน

ในระยะยาว การขยายตัวของ AI จำเป็นต้องมาพร้อมการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) รวมถึงการออกแบบ Data Center ที่ใช้พลังงานและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลก็ต้องมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและกลไกที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายด้านพลังงานสะอาด การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือระบบติดตามและตรวจสอบที่โปร่งใส เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรม AI เป็นไปในทิศทางที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

สุดท้ายก็ต้องรอดูกันต่อว่า Microsoft จะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนภายในปี 2030 ได้หรือไม่ รวมถึงเหล่าบิ๊กเทคทั่วโลกว่าจะสามารถผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน และพัฒนา AI อย่างไรโดยไม่สร้างภาระต่อโลกในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว