
สังคม
เด็กไทยสุดเจ๋ง! สร้างแพลตฟอร์มรายงานน้ำท่วมในฉะเชิงเทรา แบบเรียลไทม์ โดยใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมง
2 ตุลาคม 2569
สถานการณ์น้ำท่วมในฉะเชิงเทราในช่วงวันที่ 30 ก.ย.–1 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่มีน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนจนประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและจิตอาสายังก็ต้องเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในจุดเสี่ยง
แต่เวลาน้ำท่วม สิ่งที่เปลี่ยนเร็วไม่แพ้ระดับน้ำก็คือข้อมูล เพราะอย่างจุดที่ก่อนหน้านี้ไม่นานยังสัญจรผ่านได้ ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็อาจกลายเป็นเส้นทางที่ใช้ไม่ได้แล้วเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ข้อมูลที่ใช้วางแผนช่วยเหลือก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย เพราะทีมกู้ภัยจำเป็นต้องรู้ว่าจุดไหนยังเข้าถึงได้ จุดไหนควรหลีกเลี่ยง และพื้นที่ใดกำลังมีคนรอความช่วยเหลือ เพื่อจัดกำลังและเลือกวิธีเข้าพื้นที่ให้เหมาะกับสถานการณ์ในเวลานั้น
อีกปัญหาที่ทำให้การช่วยเหลือทำได้ยากขึ้นคือ ข้อมูลจากพื้นที่มักกระจายอยู่หลายช่องทาง ทั้งกลุ่มแชท โทรศัพท์ และโซเชียลมีเดีย ทำให้การติดตามว่าจุดไหนน้ำสูง จุดไหนเดินทางไม่ได้ หรือพื้นที่ใดกำลังต้องการความช่วยเหลือ ต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนนำมาประกอบการตัดสินใจ
เมื่อเด็ก ม.6 ใช้เวลา 4 ชั่วโมง สร้างแพลตฟอร์มรับมือน้ำท่วมฉะเชิงเทรา
แอดมินเพจเรารักแปดริ้วและเจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงร่วมกับ “น้องธีร์” นนทพรรษ จิตรรังสรรค์ นักเรียน ม.6 วัย 17 ปี พัฒนา “ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป”(Chachoengsao Flood Vessel App) เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ มาแสดงบนแผนที่เดียว ให้ประชาชนและทีมกู้ภัยติดตามข้อมูลได้จากจุดเดียว
โดยระบบเปิดให้คนในพื้นที่รายงานระดับน้ำและสถานการณ์ตามจุดต่างๆ พร้อมปักหมุดจุดที่ต้องการความช่วยเหลือ แนบภาพ และระบุเวลาที่รายงาน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหน้างานไว้ในระบบเดียวกัน
นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับกล้อง CCTV ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดูภาพสถานการณ์จริงในแต่ละพื้นที่ประกอบการประเมินสถานการณ์ได้ ทำให้ประชาชนและทีมกู้ภัยติดตามข้อมูลได้จากจุดเดียว ไม่ต้องค้นหาข้อมูลจากหลายกลุ่มแชต หรือโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
ที่น่าสนใจคือ น้องธีร์ไม่ได้เรียนสายไอทีโดยตรง แต่เรียนด้านบริหารธุรกิจ และมีประสบการณ์ทำโครงงานเกี่ยวกับเว็บไซต์และ AI มาก่อน
เมื่อได้รับข้อมูลจากทีมกู้ภัยว่าคนในพื้นที่ต้องเสียเวลาค้นหาข้อมูลน้ำจากหลายช่องทาง จึงนำความรู้ที่มีมาพัฒนาเว็บไซต์เพื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นไว้ด้วยกัน โดยใช้ AI เข้ามาช่วยในขั้นตอนการพัฒนา และทำให้ระบบพร้อมใช้งานได้ภายในเวลา 4 ชั่วโมง และเปิดใช้งานเพียง 3 วัน มีการเข้าใช้และรายงานสถานการณ์ผ่านระบบแล้วกว่า 2 ล้านครั้ง
ซึ่งความจำเป็นของข้อมูลที่อัปเดตอยู่เสมอยิ่งเห็นได้ชัด ในช่วงนี้ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า วันที่ 4 - 6 ต.ค. 69 ฝนจะกลับมาอีกระลอก
โดยทีมพัฒนาระบุว่ากำลังเตรียมเพิ่มฟีเจอร์สำหรับ ขอความช่วยเหลือ ขออพยพ หรือขอย้ายผู้ป่วย แต่ยังต้องปรับระบบและประสานกับกู้ภัยในพื้นที่ให้พร้อมก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ
แพลตฟอร์มลักษณะนี้จึงเข้ามาช่วยผสานข้อมูลจากคนในพื้นที่ให้เห็นเป็นภาพเดียวกันมากขึ้น ทำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และประเมินการเดินทางหรือการเตรียมตัวได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากประชาชนก็มีโอกาสนำไปใช้ต่อในการวางแผนช่วยเหลือได้ หากมีการเชื่อมต่อกับทีมกู้ภัยอย่างเป็นระบบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
