รู้จัก HIPPO ที่ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นเรือพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดักขยะก่อนลงทะเล
facebook Iconx Iconline Icon

ความยั่งยืน

รู้จัก HIPPO ที่ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นเรือพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดักขยะก่อนลงทะเล !

Clock Icon

6 ตุลาคม 2569

UN เผยรายงานว่า ปี 2026 มีขยะพลาสติกราว 52.1 ล้านตันไหลลงสู่มหาสมุทร ซึ่งก่อให้เกิดไมโครพลาสติกราว 24.4 ล้านล้านอนุภาค

สาเหตุหลักมาจากขยะพลาสติกที่ต้นทางมาจากแม่น้ำ ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นทางลำเลียงขยะจากบนบกลงสู่ทะเล โดยผลสำรวจพบว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 10 ของประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเลมากที่สุด และมีขยะพลาสติกจากแม่น้ำไหลลงสู่ทะเลมากถึง 4 ล้านกิโลกรัมต่อปี

ขณะเดียวกัน โลกกำลังเผชิญกับปัญหามลพิษทางทะเลจากไมโครพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติในหลายด้าน ตั้งแต่การปนเปื้อนในระบบนิเวศ ไปจนถึงการสะสมของไมโครพลาสติกในสิ่งมีชีวิตและสัตว์ทะเล 

นอกจากนี้ ไมโครพลาสติกยังอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลและองค์ประกอบของน้ำทะเลอีกด้วยทำให้ไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความเสี่ยงจากผลกระทบของมลพิษจากขยะพลาสติกและไมโครพลาสติก โดย สสส. และ สอสท. ระบุว่า ตอนนี้คนไทยกว่า 80% มีไมโครพลาสติกอยู่ในร่างกายแล้ว

เมื่อ HIPPO เป็น “ด่านแรก” ของการดักจับขยะพลาสติกก่อนเข้าสู่ทะเล

ทำให้องค์กรสิ่งแวดล้อมอย่าง Seven Clean Seas มองเห็นถึงปัญหาขยะที่ไหลจากแม่น้ำลงสู่ทะเลในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซียและไทย จึงเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอย่าง HIPPO หรือ High Impact Plastic Pollution remOval เรือเก็บขยะอัตโนมัติที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 

โดยสามารถปรับการทำงานให้รองรับการเก็บขยะในแม่น้ำได้ในระดับสูง โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีพลาสติกไหลลงสู่ทะเลประมาณ 4 ล้านกิโลกรัมต่อปี นอกจากนี้ยังถูกออกแบบให้รองรับสภาพแม่น้ำที่เปลี่ยนแปลง โดยสามารถทำงานในพื้นที่ที่มีความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำและระดับน้ำขึ้นน้ำลงได้ 

ขณะที่ระบบสายพานช่วยให้สามารถเก็บและยกขยะขึ้นจากน้ำได้อย่างเป็นระบบ ทำให้จุดเด่นของเรือ Hippo จึงไม่ได้เป็นเพียงเรือเก็บขยะ แต่คือการสร้างระบบดักจับพลาสติกตั้งแต่ก่อนออกสู่ทะเล ซึ่งช่วยลดโอกาสที่ขยะพลาสติกจะสะสมในแม่น้ำ ปากแม่น้ำ และระบบนิเวศชายฝั่ง ก่อนถูกกระแสน้ำพัดพาออกสู่ทะเล

หลักการทำงานของ Hippo คือเรือจะลอยอยู่บนพื้นน้ำ โดยอาศัยกระแสน้ำพัดพาขยะลอยน้ำเข้าหาตัวเรือ ก่อนใช้บูม 2 ฝั่งช่วยรวบรวมและนำขยะเข้าสู่ระบบสายพานลำเลียงที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 

จากนั้นจะลำเลียงขยะขึ้นจากน้ำ เพื่อให้ทีมงานนำไปคัดแยก และส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ทำให้ HIPPO สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นแหล่งพลังงานหลัก และลดการพึ่งพาแรงงานในการเก็บขยะโดยตรง

เมื่อการให้ความสำคัญกับประตูด่านแรก ก็สามารถลดความเสียหายต่อทะเลได้

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกเกิดขึ้นจากการละเลยและการจัดการขยะที่ไม่ถูกวิธี จนขยะสะสมและกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้น HIPPO จึงเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะการเข้าไปจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ก่อนที่ขยะจะหลุดออกสู่ทะเล เพราะการแก้ปัญหามลพิษในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือและจัดการขยะตั้งแต่จุดเริ่มต้น เพื่อลดโอกาสที่ขยะจะสะสมและกลายเป็นมลพิษในระยะยาว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง_AI_ใครเแบกรับต้นทุน_เมื่อ_Data_Center_กลายเป็นโจทย์ท้าทายความยั่งยืนของโลก
ต่างประเทศความยั่งยืน

เบื้องหลัง AI ใครเแบกรับต้นทุน? เมื่อ Data Center กลายเป็นโจทย์ท้าทายความยั่งยืนของโลก

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หาข้อมูล ไปจนถึงพูดคุยทั่วไปเพราะสามารถให้คำตอบได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีหลังป้อนคำถาม

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
ยุทธศาสตร์_Big_Tech_กับพลังงานนิวเคลียร์_ทางออกพลังงานสะอาด_หรือกลยุทธ์ชะลอแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม
ต่างประเทศความยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ Big Tech กับพลังงานนิวเคลียร์ ทางออกพลังงานสะอาด หรือกลยุทธ์ชะลอแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม?

clock15 ชั่วโมงที่แล้ว
Nuuly_แพลตฟอร์ม_เช่าเสื้อผ้ารายเดือนกับเป้าหมายยืดอายุเสื้อผ้าไปพร้อมกับลดขยะจาก_Fast_Fashion
ต่างประเทศความยั่งยืน

Nuuly แพลตฟอร์ม เช่าเสื้อผ้ารายเดือนกับเป้าหมายยืดอายุเสื้อผ้าไปพร้อมกับลดขยะจาก Fast Fashion

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว