ชำแหละขบวนการสวมสิทธิ G เทา จากสิทธิการศึกษา สู่ช่องโหว่ทุจริต
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ชำแหละขบวนการสวมสิทธิ G เทา จากสิทธิการศึกษา สู่ช่องโหว่ทุจริต

Clock Icon

19 มิถุนายน 2569

กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ หลังชุดปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียน G เทา เข้าตรวจค้นพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย หลังพบว่ามีการนำโอกาสทางการศึกษาของเด็กต่างด้าว ไปใช้เป็นช่องทางให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติได้ประโยชน์

⚫รู้จัก “G-Code” รหัสที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กต่างด้าวในประเทศไทย

ประเทศไทยเปิดโอกาสให้เด็กต่างด้าว ลูกแรงงานข้ามชาติ หรือคนไร้สัญชาติ สามารถเข้าเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เหมือนไทยทั่วไป ทางกระทรวงศึกษาธิการ จึงออก “G-Code" หรือรหัสประจำตัวผู้เรียน ให้ใช้แทนเลขบัตรประชาชน
13 หลัก เพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลนักเรียน และจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาให้เหมาะสม

ตามกฎหมาย ถ้าเรียนจบและยืนยันตัวตนได้ คนที่มีรหัส G สามารถยื่นขอบัตรหัวศูนย์ ซึ่งเป็นบัตรสำหรับคนที่ยังไม่มีสถานะทางทะเบียน เพื่อให้อยู่อาศัยในไทยได้อย่างถูกต้อง แล้วในอนาคตก็มีโอกาสพัฒนาสิทธิ ไปจนถึงการยื่นขอสัญชาติไทยได้ด้วย

⚫จากเจตนารมณ์ทางมนุษยธรรม สู่ช่องโหว่ที่ถูกนำไปใช้ทุจริต

โดยพบว่ามีข้าราชการบางราย นำรหัส G ของนักเรียนในพื้นที่ชายแดน ไปสวมสิทธิให้ต่างด้าวที่ไม่ได้เรียนจริง เพื่อไปขอบัตรหัวศูนย์ แลกกับผลประโยชน์จำนวนมาก จนถูกเรียกว่า “ขบวนการ G เทา” ส่วนบัตรหัวศูนย์ที่ได้มา ก็จะถูกนำไปใช้เป็นช่องทางสร้างตัวตนทางกฎหมาย ให้กับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และกลุ่มทุนสีเทาจากต่างประเทศ เพื่อใช้เปิดธุรกิจ เปิดบัญชีม้า หรือทำธุรกรรมต่างๆ เพื่ออำพรางที่มาของเงินและกิจกรรมผิดกฎหมาย

จากการตรวจสอบของปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียน G เทา พบว่ามีการนำเลขทะเบียนเดิมกลับมาใช้ซ้ำหลายครั้ง บางเลขถูกใช้วนซ้ำมากถึง 11 ครั้ง และจากการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้าและพิสูจน์ตัวตน พบผู้สวมสิทธิ์หลายราย มีทั้งชาวจีน ที่พบว่ามีชื่อถือครองธุรกิจและทรัพย์สินในไทยมูลค่ารวมกว่าพันล้านบาท ชาวเมียนมา และเวียดนาม 

ซึ่งไม่ใช่นักเรียนตัวจริงในพื้นที่ แต่กลับมีชื่ออยู่ในระบบ เพื่อนำไปใช้ขอเอกสารอย่างไม่ถูกต้อง โดยมี “ข้าราชการบางราย” ในพื้นที่ ทำหน้าที่อนุมัติข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และอำนวยความสะดวกทุกกระบวนการ เพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ทำแล้วมากว่า 309 คนในช่วงปี 61 - 68

⚫“G เทา” ไม่ใช่เพียงเรื่องการรับสินบน แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ

ขบวนการนี้ เป็นการเปิดทางให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มทุนสีเทา ใช้เอกสารที่ได้มาแบบไม่ถูกต้อง สร้างตัวตนในระบบกฎหมายไทย เพื่อนำไปทำธุรกรรมอำพรางต่างๆ ได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้น ย่อมกระทบต่อทั้งความมั่นคง และความโปร่งใสทางเศรษฐกิจของประเทศ

ขณะเดียวกัน สิทธิและโอกาสที่ควรเป็นของเด็กต่างด้าวและคนไร้สัญชาติ ที่ต้องการเข้าถึงการศึกษา กลับถูกนำไปแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งกระทบสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

⚫หน่วยงานภาครัฐ จัดการกับเรื่องนี้อย่างไร?

กรมการปกครองยืนยันว่าจะเดินหน้าปิดช่องโหว่การทุจริตสัญชาติอย่างจริงจัง พร้อมเตรียมนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและ AI มาช่วยตรวจสอบระบบทะเบียนราษฎร์ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและการปลอมแปลงข้อมูล กรณี G เทา จึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้ระบบจะถูกสร้างขึ้นด้วยเจตนาดี แต่หากขาดการตรวจสอบที่รัดกุม ก็อาจถูกใช้เป็นช่องโหว่ให้คนบางกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ และสร้างความเสียหายในวงกว้างได้เช่นกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ_AI_ยังเป็นความลับอยู่ไหม_เมื่อระบายกับ_AI_แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
ต่างประเทศสังคม

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐจับมือ_IMF_World_Bank_เปิดแผน_Bangkok_Blueprint_ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

clock15 ชั่วโมงที่แล้ว
ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา_หลังหน่วยงานสั่งตรวจ_AI_ขั้นสูง_เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน
ต่างประเทศสังคม

ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา! หลังหน่วยงานสั่งตรวจ AI ขั้นสูง เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน

clock17 ชั่วโมงที่แล้ว