คนดังไม่ได้แปลว่าเป็นคนดี
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

คนดังไม่ได้แปลว่าเป็นคนดี

เพราะภาพลักษณ์อาจทำเราเชื่อแบบผิดๆ

กระแสข่าวฮุบกิจการคลินิก เชื่อว่าเป็นหนึ่งในข่าวที่คนให้ความสนใจไม่น้อยเมื่อหุ้นส่วนรายหนึ่ง ได้ออกมาเปิดใจอย่างหมดเปลือกในรายการโหนกระแสว่าถูกหุ้นส่วนปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

จนแฟนคลับหลายคนถึงกับอึ้งว่าคนที่เขาชื่นชอบที่ดูเก่ง เป็นคนที่ดี ไม่น่าทำเรื่องแบบนี้ได้ ซึ่งก็ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่คิดแบบนี้ เพราะนั่นคือความศรัทธาในตัวบุคคลที่ถูกบ่มเพาะจากความผูกพันธ์ที่เราเห็นเขาทุกวันในสื่อออนไลน์

ยิ่งหากบุคคลนั้นเป็นคนดัง มีภาพลักษณ์ชีวิตดี มีอาชีพที่คนศรัทธา แถมยังดูเป็นคนจิตใจดีด้วย คนที่เป็นแฟนคลับ หรือผู้ติดตามก็มักจะเชื่อจากมุมที่เขาต้องการนำเสนอให้ทุกคนเห็น

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความลุ่มหลงทั่วไป ซึ่งวันนี้จะชวนทุกคนมารู้จักกับ “Halo Effect” หรือความเอนเอียงทางทัศนคติทางความคิด การรับรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะเฉพาะบางอย่างที่มีผลต่อการประเมินภาพรวมของบุคคล เพื่อหาคำตอบว่า ทำไมแค่เพราะเขาทำดีผ่านสื่อ เราถึงเชื่อว่าทั้งหมดคือเรื่องจริงแบบง่าย ๆ

“ภาพลักษณ์ที่สร้าง กับร่างที่เป็น” แยกให้ออก-พิจารณาก่อนเชื่อ

แน่นอนว่าถ้าเรามีความประทับใจในบุคคล แล้วเราคิดว่าเขาเป็นคนดี Halo Effect อาจทำให้เราเชื่อว่ามุมอื่น ๆหรือนิสัยส่วนตัวของเขาดีไปด้วย เหมือนกับที่เรามองเห็นคนที่ทำบุญบ่อย ๆ ผ่านโซเชียล ก็จะปักใจไปแล้วว่าในด้านอื่นเขาก็ต้องดีแน่ ๆ เป็นที่มาว่าทำไมสังคมบ้านเราถึงให้ความสำคัญกับ First Impression เพราะภาพลักษณ์ที่ดีจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นนั่นเอง

ซึ่งเรื่องนี้ก็มีงานวิจัยรองรับ โดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Frederick L. Wells ค้นพบ Halo Effect ครั้งแรกในปี 1907 จากการศึกษาเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพทางวรรณกรรมของผู้เขียน

ยกตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดจากกรณีพระวัดดังและหมอดูเซเลป ที่มีคดีฉ้อโกงเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำเอาหลายคนมึนงง เพราะภาพที่เห็นกันผ่านโซเชียล บุคคลเหล่านี้คือนักบุญ คนที่ดูอยู่กับความเป็นจริง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่สุดท้ายพอเรื่องแดง ทุกอย่างก็พลิกล็อก เหมือนหนังคนละม้วน

ยิ่งตอกย้ำให้เราต้องเลิกแพ้เสียงในหัวว่า ภาพลักษณ์ที่ดีไม่เท่ากับเป็นคนดีเสมอไป และต้องพิจารณาอย่างมีสติให้มากขึ้นก่อนจะเชื่ออะไรก็ตาม

เพราะปัจจุบันทุกข้อมูลที่โพสต์บนโซเชียลเผยแพร่ได้รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นแผ่ขยายเป็นวงกว้าง บางปัญหาก็ผุดออกมาหลังมีข่าว และถูกขุดคุ้ยจนเป็นคดี

เหตุการณ์อาจจะยังชี้ชัดไม่ได้ว่าใครเป็นคนผิด เพราะต้องรอฟังเหตุผลจากทั้งสองฝั่ง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่ายได้มากที่สุด ซึ่งสุดท้ายแล้วความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ผลลัพธ์ของทุกการกระทำจะเป็นคำตอบให้กับสังคมได้ในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ_AI_ยังเป็นความลับอยู่ไหม_เมื่อระบายกับ_AI_แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
ต่างประเทศสังคม

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

clock19 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐจับมือ_IMF_World_Bank_เปิดแผน_Bangkok_Blueprint_ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

clock20 ชั่วโมงที่แล้ว
ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา_หลังหน่วยงานสั่งตรวจ_AI_ขั้นสูง_เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน
ต่างประเทศสังคม

ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา! หลังหน่วยงานสั่งตรวจ AI ขั้นสูง เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน

clock22 ชั่วโมงที่แล้ว