YouTube เริ่มล่าคลิป AI เองแล้ว ไม่ต้องรอครีเอเตอร์บอก
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

YouTube เริ่มล่าคลิป AI เองแล้ว! ไม่ต้องรอครีเอเตอร์บอก

Clock Icon

28 พฤษภาคม 2569

YouTube ประกาศเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมาเกี่ยวกับระบบจะตรวจจับและติดป้าย"วิดีโอที่สร้างด้วย AI" ให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอให้ครีเอเตอร์แจ้งเองอีกต่อไป ถ้าระบบตรวจเจอว่าวิดีโอมีการใช้ AI ระดับสมจริงอย่างมีนัยสำคัญ ป้ายจะโผล่ขึ้นอัตโนมัติให้เองทันที

ซึ่งตอนนี้มีการเปลี่ยนตำแหน่งป้าย จากเดิมที่ซ่อนอยู่ในคำอธิบายขยายที่ต้องคลิกเปิดดูก่อนถึงจะเห็น ตอนนี้ย้ายมาอยู่ใต้เครื่องเล่นวิดีโอโดยตรงสำหรับวิดีโอยาว และเป็น overlay บนตัว Shorts เลย ไม่ต้องคลิกหาเอง เพื่อให้ผู้ชมวิดีโอมองเห็นได้ชัดเจน และเป็นการป้องกันความสับสน

ครีเอเตอร์ยังต้องแจ้งตามปกติตอนอัปโหลด แต่ถ้าลืมหรือจงใจไม่แจ้ง ระบบจะจัดการให้เอง โดยอ่านข้อมูลจากทั้ง C2PA metadata และ SynthID ลายน้ำดิจิทัลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าของ Google ซึ่งตอนนี้ฝังอยู่ในคอนเทนต์ AI ที่สร้างไปแล้วกว่า 1 แสนล้านชิ้น

อย่างไรก็ตาม ครีเอเตอร์ที่โดนติดป้ายผิดพลาดสามารถเข้าไปแก้ได้ใน YouTube Studio ยกเว้นวิดีโอที่สร้างจากเครื่องมือ AI ของ YouTube เอง อย่าง Veo, Dream Screen หรือ Gemini Omni ซึ่งจะถูกล็อกป้ายไว้ถาวร

สาเหตุของการติดป้าย ‘AI’ อัตโนมัติกำกับ เนื่องจากการเปิดตัว Gemini Omni ในงาน Google I/O เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม โมเดล AI ใหม่ของ Google ที่รับ input ได้ทุกรูปแบบ ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ แล้วสร้างวิดีโอสมจริงออกมาได้ในระดับที่คนทั่วไปแยกไม่ออก และที่สำคัญคือเริ่มเปิดให้ใช้ฟรีบน YouTube Shorts Remix สัปดาห์ถัดมา ทำให้จำนวนคอนเทนต์ AI พุ่งขึ้นทันที

หนึ่งในประเด็นที่ครีเอเตอร์กังวลมากที่สุดคือ "ป้ายกำกับ AI จะทำให้ยอดวิวตกหรือไม่?" ซึ่ง YouTube ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนเพื่อลดแรงต้านว่า การติดป้ายกำกับ AI จะไม่มีผลกระทบต่อระบบการแนะนำวิดีโอ และการสร้างรายได้ ตราบใดที่เนื้อหานั้นไม่ละเมิดกฎชุมชนด้านอื่นๆ

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ของ YouTube สะท้อนภาพใหญ่ว่าแพลตฟอร์มกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ให้บริการพื้นที่"  ไปสู่การเป็น "ผู้บริหารจัดการความจริง" ผ่านระบบ Zero-Trust ที่ไม่ต้องรอการยืนยันจากมนุษย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว