
ช่วงนี้หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับ "ค่าไฟทาง" หลังมีข้อมูลว่าค่าใช้จ่ายสำหรับไฟส่องสว่างสาธารณะอาจถูกนำมารวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจ่ายกันอยู่ทุกเดือน
ประเด็นที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่ว่าใครจ่าย หรือจ่ายเท่าไร แต่คือเหตุใดประชาชนจึงไม่สามารถเห็นรายละเอียดเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก
ในหลายประเทศ ปัญหาลักษณะนี้ถูกแก้ด้วยการเปิดข้อมูลสาธารณะ (Open Data) และทำ Dashboard ให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง
แล้วแนวทางเหล่านี้มีหลักการทำงานอย่างไร และมีบทเรียนใดที่ไทยสามารถนำมาศึกษาและประยุกต์ใช้ได้บ้าง?
🇧🇷 บราซิล : แยกรายการให้เห็นผ่านบิล
บราซิลเลือกใช้วิธีที่ตรงไปตรงมา โดยกำหนดให้ค่าไฟส่องสว่างสาธารณะ (COSIP) แสดงเป็นรายการแยกในบิลค่าไฟอย่างชัดเจน ไม่รวมอยู่กับค่าไฟฟ้าปกติ ทำให้ประชาชนเห็นทันทีว่าตนเองจ่ายเงินส่วนนี้เดือนละเท่าไร โดยไม่ต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม
แนวทางนี้มีข้อดีคือทำได้ง่าย ใช้งบประมาณไม่สูง และไม่ต้องลงทุนพัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ แต่ประชาชนยังเข้าถึงข้อมูลได้เพียงระดับรายบุคคล ทำให้มองไม่เห็นภาพรวมการใช้จ่ายหรือความแตกต่างของค่าใช้จ่ายในแต่ละพื้นที่
🇺🇸 🇨🇦 สหรัฐฯ และแคนาดา : เปิดข้อมูลเมืองผ่าน Portal
หลายเมืองในสหรัฐฯ และแคนาดาเลือกเปิดข้อมูลการบริหารเมืองผ่าน Open Data Portal ให้ประชาชนตรวจสอบได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่งบประมาณ การใช้พลังงาน ไปจนถึงค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค
แนวทางนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าประชาชนจ่ายเงินเท่าไร แต่ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าเมืองใช้งบประมาณอย่างไร และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน นักวิจัย และสื่อมวลชนเข้ามาตรวจสอบข้อมูลได้อย่างอิสระ
🇪🇺 ยุโรป : รวมข้อมูลไฟถนนเข้ากับข้อมูลเมือง
หลายเมืองในยุโรปนำข้อมูลไฟส่องสว่างสาธารณะมาผสานกับข้อมูลเมืองด้านอื่น ๆ เช่น การจราจร คุณภาพอากาศ และระดับเสียง ก่อนแสดงผลผ่าน Dashboard กลางชุดเดียว
แนวทางนี้ช่วยให้เมืองมองเห็นภาพรวมการใช้พลังงานได้ชัดเจนขึ้น เช่น พื้นที่ใดใช้ไฟมากกว่าปกติ หรือจุดใดสามารถปรับลดความเข้มแสงได้โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัย
จุดเด่นของโมเดลนี้คือไม่ได้มุ่งสร้างความโปร่งใสเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้การบริหารพลังงานและงบประมาณของเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปพร้อมกัน
ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการศึกษาการแยกต้นทุนไฟส่องสว่างสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน โดยยังมีขั้นตอนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น การติดตั้งมิเตอร์แยกให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้สามารถติดตามและบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างจากต่างประเทศสะท้อนให้เห็นว่า แนวทางการสร้างความโปร่งใสด้านค่าใช้จ่ายสาธารณะสามารถทำได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การแสดงรายการค่าใช้จ่ายแยกในบิล ไปจนถึงการเปิดข้อมูลผ่าน Portal หรือ Dashboard สาธารณะ
สำหรับประเทศไทย ประเด็นที่น่าจับตาต่อจากนี้ คือการออกแบบรูปแบบการเปิดเผยข้อมูลให้เหมาะกับบริบทของประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สะดวก และเข้าใจได้มากขึ้นฃ
ไม่ว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร ตัวอย่างจากหลายประเทศสะท้อนให้เห็นตรงกันว่า การนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการและเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้การสื่อสารระหว่างภาครัฐกับประชาชนมีความโปร่งใส ชัดเจน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
