
ศาลจีนมีคำตัดสินให้บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งจ่ายเงินชดเชยราว 260,000 หยวน หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท ให้พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง หลังบริษัทอ้างว่า AI สามารถทำงานแทนได้ โดยศาลมองว่าการเลิกจ้างครั้งนี้ “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”
โดยพนักงานรายนี้ทำงานด้านควบคุมคุณภาพระบบ AI และดูแลโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ในบริษัทเทคโนโลยีเมืองหางโจว ประเทศจีน แต่ต่อมาบริษัทแจ้งว่า AI สามารถทำหน้าที่ของเขาได้ทั้งหมด พร้อมเสนอให้ย้ายไปตำแหน่งที่ต่ำลงและลดเงินเดือนประมาณ 40% เมื่อเจ้าตัวไม่ยอม บริษัทจึงเลิกจ้างทันที
ทำให้เขาตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัท โดยศาลตัดสินว่าการกระทำของบริษัทไม่ถูกต้อง และสั่งให้จ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้าง คดีนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในจีน เพราะสะท้อนความกังวลว่า AI กำลังเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์เร็วขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงที่จีนกำลังเผชิญปัญหาว่างงานของคนรุ่นใหม่ ซึ่งล่าสุดอยู่ราว 17% ผู้เชี่ยวชาญมองว่า คำตัดสินนี้เป็นสัญญาณว่าแม้บริษัทจะมีสิทธิ์ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ แต่ไม่ใช่ใช้เป็นข้ออ้างผลักภาระให้พนักงานทั้งหมด
ที่มา : The Guardian
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
