เกิดอะไรขึ้นเมื่อ Spotify ลบเพลง 75 ล้านเพลงออกจากระบบ
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

เกิดอะไรขึ้นเมื่อ Spotify ลบเพลง 75 ล้านเพลงออกจากระบบ?

Clock Icon

30 กันยายน 2568

ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บริการสตรีมเพลง Spotify ได้ลบเพลง “สแปม” ออกไปแล้วกว่า 75 ล้านแทร็ก และเตรียมเปิดมาตรการใหม่ เพื่อให้ผู้ฟังตรวจสอบได้ว่าเพลงไหนมีแนวโน้มจะถูกสร้างขึ้นด้วย AI

เพื่อนคู่คิด หรือ คู่แข่งศิลปิน?

จริงอยู่ที่ AI มีประโยชน์ในด้านการเป็นเพื่อนคู่คิดช่วยให้ศิลปินรุ่นใหม่แต่งเนื้อเพลงหรือแม้แต่การทำดนตรีได้เร็วกว่าเดิม แต่ถ้าเพลงถูกสร้างจาก AI ทั้งหมด เพลงๆนั้นยังควรถูกนับว่าเป็นศิลปะอยู่หรือเป็นเพียง “Digital Products” ที่ถูกผลิตเพื่อปั๊มยอดสตรีมและรายได้เพียงเท่านั้น

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นหลายๆกรณีที่เกิดจากเพลงที่สร้างจาก AI ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลงจากศิลปินที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่กลับถูกสร้างด้วย AI เพื่อขายความคิดถึง รวมไปถึงวงดนตรีที่ไม่มีอยู่จริง แต่กลับมีเพลงมากมายบนสตรีมมิ่งหรือแม้แต่การแอบอ้างชื่อศิลปินเพื่อหาผลประโยชน์

หากมองแบบผิวเผินเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ในมุมศิลปะและความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม นี่คือประเด็นที่ละเอียดอ่อนและกระทบโดยตรงต่อคุณค่าของศิลปินที่กำลังพยายามสร้างเส้นทางอาชีพของตนด้วยผลงาน

Spotify เองก็ยอมรับว่า ความก้าวหน้าของ Generative AI เติบโตเร็วและน่ากังวล ทั้งในแง่คุณภาพและประสบการณ์ผู้ใช้ จึงต้องออกมาตรการใหม่ เช่น

◼︎การบังคับใช้กฎเข้มงวดขึ้นกับการแอบอ้างเป็นศิลปินคนอื่น และคอนเทนต์ที่หลอกลวง

◼︎ระบบกรองสแปมแบบใหม่ เพื่อให้รายได้จากการสตรีมตกไปถึงศิลปินตัวจริง ไม่ใช่ผู้ไม่หวังดี

◼︎การเปิดเผยว่าเพลงใดถูกสร้างด้วย AI โดยแสดงข้อมูลให้ผู้ฟังเห็นในแอป

Spotify ย้ำชัดว่า แพลตฟอร์ม ไม่ปฏิเสธการใช้ AI หากเป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรี แต่หากนำ AI มาใช้เพื่อหลอกลวง หรือ เอาเปรียบระบบ ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และจะต้องถูกจัดการอย่างจริงจัง

เพราะสุดท้ายแล้วเพลงหรือดนตรีถือเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง การมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยย่อมเป็นประโยชน์ในการลดระยะเวลาในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีก็ไม่อาจทดแทนศิลปะที่เกิดจากมนุษย์ได้ทั้งหมด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว