อีโบลา โจทย์ใหญ่ของโลก ไทยต้องเตรียมรับมือยังไงแล้วบ้าง
facebook Iconx Iconline Icon

การแพทย์

“อีโบลา” โจทย์ใหญ่ของโลก? ไทยเตรียมรับมือยังไงบ้าง

Clock Icon

28 พฤษภาคม 2569

สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola Virus Disease: EVD) ปัจจุบันที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และสาธารณรัฐยูกันดา  ให้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ เนื่องจากมีความรุนแรง แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว และมีอัตราการเสียชีวิตสูง

การระบาดรอบนี้มีลักษณะที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ทั้งในแง่ของสายพันธุ์ที่พบ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

อีโบลาอันตรายมากแค่ไหน และทำไม WHO ถึงจับตาอีโบลารอบนี้เป็นพิเศษ ?

เชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดในปัจจุบันคือสายพันธุ์บุนดิบูโย (Bundibugyo ebolavirus) เป็นสายพันธ์ุหายาก และยังไม่มีวัคซีนสำหรับการรักษาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อรุนแรง มีการแพร่ระบาดรวดเร็ว และมีอัตราการเสียชีวิต
เฉลี่ย 25 - 50% แต่ยังน้อยกว่าสายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire ebolavirus) ที่เคยระบาดในอดีต มีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ย 60 - 90% และมีวัคซีนสำหรับการรักษาซึ่งเป็นวัคซีนคนละชนิด

การแพร่ระบาดที่รวดเร็วของเชื้อไวรัสทำให้ WHO จึงต้องจัดระดับความรุนแรงของสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ระดับสูงมากในระดับประเทศ ระดับสูงในภูมิภาค และระดับต่ำในระดับโลก

เชื้อไวรัสอีโบลาสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือร่างกายของผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว อาการสำคัญ ได้แก่ มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ท้องเสีย และอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติ

การเตรียมความพร้อมของสาธารณสุขไทย

ประเทศไทยได้ยกระดับมาตรการรับมือโรคอีโบลาอย่างเข้มงวด หลัง WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยมีแนวทางหลักดังนี้

  • ประกาศพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นทางการ
    กำหนดให้ดีอาร์คองโกและยูกันดาเป็น “เขตติดโรคติดต่ออันตราย” มีผลตั้งแต่ 21 พ.ค. 2026

  • ระบบสาธารณสุขพร้อมรับมือ
    กรมควบคุมโรคยืนยัน ไทยมีระบบเฝ้าระวังและควบคุมโรคที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องมือรองรับ

  • การบังคับใช้มาตรการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อสกัดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางอย่างเป็นระบบ พร้อมเฝ้าระวัง คัดกรองผู้ป่วยต้องสงสัย คอยซักประวัติสุขภาพ และบันทึกข้อมูลติดต่ออย่างละเอียด เพื่อใช้ในการติดตามเฝ้าระวังอาการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 21 วัน 

  • แจ้งเตือนประชาชน
    หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง หากมีอาการหลังเดินทางกลับภายใน 21 วัน ให้รีบพบแพทย์ หรือโทรสายด่วน 1422


แม้ความเสี่ยงต่อประเทศไทยในขณะนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่สถานการณ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการระบาดของสายพันธุ์บุนดิบูโยที่ยังไม่มีวัคซีนรองรับ

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือความตื่นตัว ไม่ใช่ความตื่นตระหนก หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง สังเกตอาการตัวเองหลังเดินทางกลับ และติดตามข้อมูลจากกรมควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง การเตรียมพร้อมของระบบสาธารณสุขไทยถือเป็นแนวป้องกันด่านแรก แต่ความร่วมมือจากประชาชนคือสิ่งที่ทำให้การป้องกันเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย_ไฟเขียว_โปรทาคาร์_ยีนบำบัดไทยตัวแรก_รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดบีเซลล์

อย.ไฟเขียว "โปรทาคาร์" ยีนบำบัดไทยตัวแรก รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดบีเซลล์

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติทะเบียนยีนบำบัดสัญชาติไทยตัวแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง (ATMPs) ชื่อ "โปรทาคาร์" (PROTACAR)

clock6 วันที่แล้ว
ก้าวสู่ยุคนักวิจัย_AI_หลัง_Claude_AI_ค้นพบระบบเอนไซม์_ART_ที่ไม่เคยพบมาก่อน
ต่างประเทศการแพทย์

ก้าวสู่ยุคนักวิจัย AI? หลัง Claude AI ค้นพบระบบเอนไซม์ ART ที่ไม่เคยพบมาก่อน

clock8 วันที่แล้ว
สพฉ_วางระบบ_EMS_รับมือน้ำท่วม_พร้อมเร่งอัปเกรด_RNIS_สายด่วนกู้ชีพดิจิทัลให้ครอบคลุม

สพฉ.วางระบบ EMS รับมือน้ำท่วม พร้อมเร่งอัปเกรด RNIS สายด่วนกู้ชีพดิจิทัลให้ครอบคลุม

clock12 วันที่แล้ว