
ช่วงนี้กัมพูชากำลังสั่นคลอนจากหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ประเทศที่ติดลบจากเหตุทลายรังสแกมเมอร์โดยประเทศเกาหลี ที่ออกสืบค้นรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์งัดออกสื่อทั่วโลก
ปัจจัยเหล่านี้กำลังลดทอนอำนาจของรัฐบาล และอาจทำให้การควบคุมพลเมืองมีปัญหาได้ ซึ่ง Nikkei Asia ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเอกสารภายในรัฐบาลกัมพูชาว่า รัฐบาลมีแผนเริ่มสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลักของศูนย์เกตเวย์อินเทอร์เน็ตแห่งชาติ (National Internet Gateway: NIG) ในปีหน้า เพื่อรวมศูนย์การสื่อสารออนไลน์ของประเทศ
เมื่ออำนาจสั่นคลอน เลยต้องเพิ่มการควบคุมเพื่อลดปัญหาภายในประเทศ
โครงการที่หยุดชะงักไปนาน ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาใช้ใหม่ โดยเคยจะประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2022 แต่ถูกชะลอไปแบบไม่ทราบสาเหตุ ผู้เชี่ยวชาญก็ออกมาเตือนว่าระบบนี้อาจเพิ่มอำนาจให้กับรัฐฯ ในการควบคุมและตรวจสอบกิจกรรมออนไลน์ของประชาชนได้มากขึ้น
เพราะระบบนี้จะเป็นศูนย์รวมเส้นทางข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั้งหมดของประเทศ ผ่านเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง เพื่อให้รัฐบาลสามารถบล็อกเว็บไซต์ ควบคุมเส้นทางข้อมูล และตรวจสอบการสื่อสารออนไลน์ได้อย่างละเอียด
แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญว่า ระบบนี้ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูง แต่กัมพูชายังไม่มีศักยภาพที่ทำได้เองโดยตรง
ซึ่งสอดคล้องกับรายละเอียดเอกสารว่าโครงการนี้จะใช้งบเริ่มต้น 11.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับก่อสร้างและค่าแรงเจ้าหน้าที่ในศูนย์บริหาร และอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท Huawei ของจีน และพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อจัดหาทุน
แต่พอสื่อติดต่อหาบริษัทต้นสังกัด กลับได้รับคำตอบว่า “Huawei Cambodia ไม่ได้ให้ทุนหรือบริการใด ๆ กับโครงการ National Internet Gateway และไม่ได้มีแผนเจรจาใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้”
ปิดกั้นเพื่อควบคุมการรับรู้ จะดีจริง หรือเป็นแค่ระเบิดเวลา?
ที่จริงแล้วคงการันตีไม่ได้ว่าระบบนี้จะถูกนำมาใช้ และทำได้สำเร็จหรือไม่ เพราะมีเรื่องของความเชี่ยวชาญด้านบุคลากร และขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีร่วมด้วย ก็อาจทำให้ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ
หากรัฐบาลกัมพูชาจะใช้ระบบควบคุมแบบจีน เรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นผลดีต่อภาพรวมประเทศเสมอไป แม้จุดประสงค์ของการใช้คือเพื่อป้องกันข้อมูลที่อาจส่งเสริมความไม่สงบหรือความขัดแย้งในสังคมเหมือนกับจีนก็จริง
แต่เป้าหมายของการบริหารยังแตกต่างกัน เพราะจีนมีการควบคุมสื่อไปพร้อม ๆ กับการส่งเสริมการพัฒนาประเทศ เพื่อทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางอำนาจเท่านั้น
สวนทางกับกัมพูชาที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มักใช้ทุกกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานอำนาจในประเทศ โดย โทบี เมนเดล ผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษยชน (Centre for Law and Democracy) ซึ่งเคยให้คำปรึกษารัฐบาลกัมพูชาในกฎหมายอินเทอร์เน็ตบางฉบับ ได้บอกว่า แนวคิดเรื่องเกตเวย์อินเทอร์เน็ตจะเพิ่มต้นทุนให้ผู้ใช้งานและทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลง ขัดกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของกัมพูชามาก
แปลว่าหากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง กัมพูชาอาจไม่เพียงสูญเสียรายได้จากแรงงานและการท่องเที่ยว แต่ยังเสี่ยงต่อการล่มสลายทางการเมืองจากการใช้ระบบปิดก็ไม่ต่างจากการปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน และการติดต่อสื่อสารที่เป็นไปได้ยากขึ้นก็อาจกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
