Personal Intelligence ฟีเจอร์ใหม่ Gemini แลกความฉลาดด้วยข้อมูลส่วนตัว
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

Personal Intelligence ฟีเจอร์ใหม่ Gemini แลกความฉลาดด้วยข้อมูลส่วนตัว?

Clock Icon

19 มกราคม 2569

วันนี้หลายแพลตฟอร์มใหญ่ ต่างเร่งพัฒนาให้ AI ของตัวเองให้เก่งขึ้น และแตกต่างจากคนอื่น เพื่อดึงความสนใจของผู้ใช้งาน ล่าสุดทาง Google Gemini ก็ได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่อย่าง Personal Intelligence ที่เคลมว่าจะตอบคำถามผู้ใช้งานได้ดีกว่าเดิม เพราะการวิเคราะห์คำถามจากข้อมูลส่วนตัว

โดยดึงข้อมูลจากประวัติการค้นหา และ YouTube รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ในระบบของ Google เช่น Gmail, Google Calendar, Google Drive และ Google Photos เพื่อให้ Gemini สามารถตอบคำถามได้แบบเฉพาะ และให้เหตุผลจากแหล่งข้อมูลที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น

แล้วคำตอบที่ได้มานั้น ต้องแลกด้วยการให้ AI เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวมากแค่ไหน ?

ซึ่งถ้าพูดในด้านดี AI ตัวนี้ก็ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ เพราะเราไม่ต้องไปสลับแอปฯ ค้นหาข้อมูลที่ต้องการให้วุ่นวาย เพราะ AI สามารถดึงรายละเอียดเฉพาะมาประกอบคำตอบให้ได้ทันที ทำให้ได้คำตอบที่เข้ากับสถานการณ์ของเรามากขึ้น

แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือ “ความเป็นส่วนตัว” ของเราที่อาจต้องอนุญาตให้มีการเข้าถึงมากขึ้นตามมาด้วย ทำให้ความเป็นส่วนตัวถูกรวมศูนย์แบบเลี่ยงไม่ได้

โดย Google ก็บอกว่า ผู้ใช้สามารถเลือกเชื่อมต่อแอปฯ Google ของตัวเองกับ Gemini ได้ เพราะแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากให้ AI เข้ามาดูรูปหรือประวัติการดู YouTube ของตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความถูกต้อง ที่ผู้ใช้งานจะไม่รู้เลยว่าคำตอบที่ได้ถูกดึงข้อมูลจากตรงไหนมา ใช้อีเมลฉบับไหน รูปของใคร หรือประวัติช่วงไหนบ้าง ซึ่งถ้า AI เชื่อมโยงผิดคน ผิดเหตุการณ์ หรือเข้าใจสถานการณ์ผิด ก็อาจให้คำตอบที่ไม่ถูกต้องกับผู้ใช้งานได้ เพราะอย่าลืมว่าสุดท้าย AI ก็ให้คำตอบได้แค่จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ดี

ซึ่งทาง Google เองก็ได้ย้ำว่าตอนนี้ฟีเจอร์ยังอยู่ในช่วงเบต้า เลยยังมีข้อผิดพลาดได้ เช่น ตอบข้อมูลไม่ตรงหรือไม่ถูกต้อง และบางครั้งอาจปรับให้เฉพาะตัวมากเกินไปจนเชื่อมโยงข้อมูลผิด ทำให้ตีความบริบทคลาดเคลื่อนได้

และจะทยอยเปิดให้ใช้ก่อนสำหรับสมาชิก Google AI Pro และ AI Ultra ในสหรัฐอเมริกา และมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ รวมถึงผู้ใช้เวอร์ชันฟรีในอนาคต

สุดท้ายแล้วไม่ได้ต้องการชี้ว่าการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นเรื่องผิด แต่ผู้ใช้งานควรตระหนักอยู่เสมอว่าการอนุญาตให้ระบบเข้าถึงข้อมูลนั้น เราพร้อมรับมือกับความเสี่ยงแค่ไหน และคุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้รับมาหรือไม่ เพราะยิ่งระบบเห็นข้อมูลได้ลึกขึ้น ก็แปลว่าความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นตามมาด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock3 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock3 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock3 วันที่แล้ว