ถอดบทเรียนคลาวด์ยักษ์ล้ม กับความสำคัญของ Data Recovery
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

ถอดบทเรียนคลาวด์ยักษ์ล้ม กับความสำคัญของ Data Recovery

Clock Icon

21 ตุลาคม 2568

20 ต.ค.68 ระบบคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ล่มทั่วโลกนานกว่า 3 ชั่วโมง เว็บไซต์และแอปฯใหญ่ ๆ อย่าง Snapchat, Reddit, Venmo, Duolingo, Fortnite และ Prime Video ของ Amazon เองก็หยุดทำงานพร้อมกัน โดย AWS ยืนยันว่าเกิดจากความผิดพลาดภายในระบบ ไม่ใช่การโจมตีไซเบอร์ 

ถ้าไม่ได้โดนโจมตี ทำไมระบบที่ใหญ่และลงทุนมหาศาลถึงกู้ระบบกลับมาได้ช้า? 

ศูนย์ข้อมูลของ AWS ใหญ่ระดับที่ถือว่าเป็น “หลังบ้านของอินเทอร์เน็ตโลก” มีศูนย์ข้อมูลกระจายอยู่ทั่วโลก พร้อมระบบสำรองที่ออกแบบมาเพื่อให้ทำงานต่อเนื่อง แม้เกิดเหตุไม่คาดคิด อย่าง (Disaster Recovery Plan) และ Data Continuity  ที่ทดสอบและประเมินแผนเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถกู้คืนระบบได้จริง

แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับใช้เวลานานกว่าจะกลับมาเป็นปกติ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่าแผนกู้ระบบที่ลงทุนมหาศาลนั้น พร้อมใช้จริงหรือไม่

สะท้อนถึงช่องโหว่ของการพึ่งพา “ศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์” มากเกินไป เพราะหากเกิดความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจส่งผลกระทบต่อทั้งธุรกิจและชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกมหาศาล

ส่งผลให้หน่วยงานในยุโรป และสหราชอาณาจักร เตรียมพิจารณาให้ AWS เป็น “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ” (Critical Third Party) เพื่อบังคับให้มีมาตรการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลระบบที่โปร่งใสมากขึ้น

เพราะแม้ AWS จะเคยประกาศว่ามี SLA  (Service Level Agreement) ที่ใช้เป็นมาตรฐานรับประกันการให้บริการ กว่า 300 รายการ ว่ามีความพร้อมใช้งานและเวลาในการกู้ระบบ 

ชี้ให้เห็นว่า SLA อาจไม่ใช่เครื่องประกันว่าระบบที่ล่มจะฟื้นกลับมาได้ทันเวลา จึงเป็นอีกประเด็นที่น่าจับตา เพราะอาจมีการ “ปรับ SLA มหาศาล” หลังเหตุล่มครั้งนี้

เพราะความสำคัญของผู้ให้บริการคลาวด์ต้องไม่ใช่แค่ป้องกันไม่ให้ระบบล่ม แต่ต้องให้ความสำคัญ กับกระบวนการ “Data Recovery” และรักษาความต่อเนื่องของข้อมูล (DCP) ให้ได้จริง และต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใสเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง เพราะในโลกที่ข้อมูลคือหัวใจของธุรกิจ การกู้ข้อมูลกลับมาให้เร็วที่สุดคือความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของผู้ให้บริการ


แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว