
ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นกระแสข่าว “รัฐมนตรี AI” ของรัฐบาลแอลเบเนีย ในชื่อ Diella เพราะต้องการให้เข้ามาช่วยดูแลงานจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อลดปัญหาการคอร์รัปชันภายในประเทศ เพื่อสร้างความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและลดการรับสินบนผ่านระบบออนไลน์
แต่เรื่องกลับซับซ้อนกว่านั้น หลังมีข่าวว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา “รัฐมนตรี AI” ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการทุจริตซะเอง
โดยระบบ AI นี้พัวพันกับคดีทุจริตคอร์รัปชัน ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจรับสินบนเป็นบิตคอยน์มูลค่ามหาศาล เพื่อแลกกับการปรับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐให้เอื้อประโยชน์กับคนบางกลุ่ม ซึ่งทางอัยการระบุว่าพบการโอนงบประมาณบางส่วนไปยังบัญชีที่ไม่ทราบที่มา
ขณะที่ฝั่งเอไอชี้แจงว่า การโอนเงินนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานตามระบบปกติ และเป็นเพียงการทดสอบระบบเท่านั้น ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ทันที ว่าตั้ง AI มาจับโกง แต่คนที่สร้าง AI ดันโกงซะเอง
เมื่อการสร้าง AI ไม่มีกรอบกติกาควบคุมชัดเจนจนนำไปสู่การถูกตีตราว่า “สร้างมาเพื่อโกงเอง”
กรณีนี้ ทำให้เห็นว่า AI อาจยังใช้ปราบคอร์รัปชันได้ยาก เพราะปัญหาการโกงเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ขั้นตอนการ “ออกแบบกติกา” ก่อนเริ่มประมูลด้วยซ้ำ ซึ่งต่อให้มีระบบอัตโนมัติ ถ้าเงื่อนไขถูกสร้างมาเพื่อเอื้อให้กับคนบางกลุ่ม หรือมีการล็อกสเปกตั้งแต่ต้น ระบบก็แค่ทำตามกติกานั้น
พูดง่าย ๆ คือ AI อาจช่วยลดการโกงแบบตรงไปตรงมาได้ แต่ถ้าการโกงถูกซ่อนอยู่โครงสร้างการออกแบบระบบ สุดท้าย AI ก็คงไม่ต่างจากเครื่องมือที่ช่วยให้การโกงง่ายขึ้น
เพราะ AI เก่งแค่ไหนก็ต้องพึ่งข้อมูลอยู่ดี หากมีอคติ หรือถูกป้อนข้อมูลมาแบบแฝงเจตนาอื่น ก็ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ต่างจากการใช้คนแบบเดิม
เคสนี้ไม่ใช่การบอกว่า AI ดีหรือไม่ดี แต่เป็นเรื่อง “ความรับผิดชอบ” ของการสร้างโมเดล ว่าใครดูแลข้อมูล กำหนดเกณฑ์ และมีอำนาจตัดสินใจ ที่ควรชัดเจนตั้งแต่แรก
“การจัดซื้อจัดจ้าง” โปร่งใสได้จากการเริ่มใช้ระบบ
หลายประเทศก็มีการนำเอาระบบมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวก และความโปร่งใส่ในกระบวนการมากขึ้น โดยก็มีประเทศใกล้เคียงไทยที่ใช้ระบบในกระบวนการเหล่านี้อยู่บ้างแล้ว อาทิ
ฟิลิปปินส์
● มีระบบ e-procurement กลาง PhilGEPS ช่วยให้ทั้งหน่วยงานรัฐและซัพพลายเออร์ทำงานง่ายผ่าน 4 ขั้นตอนหลักคือ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ กับ e-marketplace, e-bidding, ฐานข้อมูลซัพพลายเออร์ และ Open Data ให้สาธารณะติดตามได้ตั้งแต่แผนงานถึงการดำเนินโครงการ
● ล่าสุด ผลักดันให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องส่งข้อมูลจริงและเปิดเผย Beneficial Ownership เชื่อมกับการลงทะเบียน PhilGEP และตลาดทุนเพื่อลดเสี่ยงทุจริตและฮั้วประมูล
อินโดนีเซีย
● พัฒนา แพลตฟอร์ม Open Data ให้ประชาชนตรวจสอบได้ มีระบบให้คะแนนความเสี่ยงโครงการ
ไทย
● ใช้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างใหม่ ผ่านการใช้ระบบ e-GP ทำให้ขั้นตอนหลัก ๆ เช่น ประกาศแผน กำหนดราคากลาง อัปโหลดเอกสาร ประกาศผล อยู่บนระบบ
● มีแผนทำระบบเทียบ ราคากลาง vs ราคาตลาด และแจ้งเตือนความเสี่ยงให้หน่วยงานเพิ่ม เพื่อช่วยให้จัดซื้อได้สมเหตุสมผลมากขึ้น
การพยายามผลักดันให้การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐที่เป็นไปอย่างโปร่งใส และตรวจสอบง่าย โดยปรับกลไกตามบริบทสังคมของตัวเอง ทำให้เห็นว่า ถ้าจะทำให้ดีก็ย่อมทำได้เสมอ เพียงแค่จะเลือกทำในรูปแบบไหนนั่นเอง
เช่นเดียวกันกับการใช้ AI ปราบโกงของแอลเบเนีย ที่การเอาเทคโนโลยีมาใช้จะได้ผลก็ต่อเมื่อกติกาและข้อมูลมีความซื่อตรง ไม่เอนเอียงต่อผลประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังขาว่า การเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานคืออีกช่องทางที่เอามาหาผลประโยชน์จากงบประมาณของภาครัฐ มากกว่าสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งให้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่แทน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
