
เคยสงสัยกันไหมว่า ข่าวที่เราเสพผ่านหน้าจอโทรศัพท์ทุกวันนี้ มีเรื่องจริงกี่เปอร์เซ็นต์ ?
ยุคที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายด้วยปลายนิ้ว แต่เราไม่เคยรู้เลยว่ามี “มูลความจริง” แค่ไหน เพราะกว่าจะถูกตรวจสอบเจอก็ “สร้างความเสียหาย” ไปมากแล้ว
จริงๆมีตัวอย่างที่เราเห็นชัดที่สุด ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นตอนนี้ จากข่าวการกล่าวหาว่าไทย “เป็นศูนย์กลางของขบวนการค้ามนุษย์ และหลอกลวงออนไลน์” ซึ่งข่าวลือที่ไร้มูลความจริงนี้ ถูกเผยแพร่ขึ้นเพื่อจุดประสงค์ที่เราต่างก็เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่า จะทำให้ประชาชนกัมพูชาเข้าใจผิด
เพราะเมื่อการที่ข่าวสารไม่ได้ถูกคัดกรองอย่างเหมาะสม สิ่งที่ตามมาคือ ข่าวปลอมเหล่านี้จะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงระดับชาติ ที่สร้างความเข้าใจผิดร้ายแรง รวมถึงยังทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ง่ายๆ จึงควรมีการจัดการอย่างจริงจัง
เรื่องนี้คงเป็นสัญญาณที่บอกว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันกลับมาทบทวนจรรยาบรรณและมาตรฐานของสื่อ ว่าควรมีการคัดกรองที่ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการนำเสนอข่าวสารก็ควรตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของข่าวลวงง่ายๆ
ส่วนผู้ใช้งานอย่างเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรู้เท่าทันสื่อ และตรวจสอบที่มาของข่าวให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจเชื่อ หรือแชร์ต่อไป เพราะเป็นทางแก้ที่ทำได้ทันทีและเร็วที่สุด เพื่อลดความเสียหายจากข่าวปลอมที่มีอยู่เต็มโซเชียล
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

ไทยสังคม
รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

ต่างประเทศสังคม