
เมื่อธุรกรรมออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่แม้จะช่วยให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ก็เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมมือกับ Meta เร่งยกระดับความปลอดภัยให้ผู้ใช้ในไทย เพื่อป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ ด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลจากภาครัฐ สำหรับตรวจจับ และจัดการบัญชีม้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดย Meta เปิดตัวระบบตรวจจับบัญชีม้า (Mule Account Checker) ในไทยเป็นแห่งแรกของโลก ซึ่งระบบจะทำงานเมื่อผู้ขายแนบข้อมูลบัญชีในการสนทนา หากตรวจพบบัญชีต้องสงสัย หรือบัญชีม้าที่อยู่ในฐานข้อมูลตำรวจสอบสวนกลาง ผ่านข้อความของ Messenger หรือ Instagram ระบบจะแจ้งเตือนเป็นข้อความพร้อมแนบลิงก์ข้อมูลแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ระวังตัวในการโอนเงิน
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เสริมความปลอดภัยให้ผู้ใช้อื่นๆ อย่างเช่น ระบบจดจำใบหน้าเพื่อกู้บัญชีที่โดนแฮ็ก การแจ้งเตือนเมื่อมีการล็อกอินจากเครื่องอื่น ระบบขออนุมัติรับข้อความจากคนแปลกหน้าใน Instagram และระบบแจ้งเตือนกิจกรรมต้องสงสัยอัตโนมัติ โดยไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรก ๆ ที่ได้ใช้ระบบนี้เช่นกัน
● ทำไม Meta ใช้งานระบบนี้ในไทยเป็นแห่งแรก ?
ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญกับปัญหา “อาชญากรรมออนไลน์” ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 30 เม.ย. 68 พบว่ามีความเสียหายรวมกว่า 7,600 ล้านบาท ซึ่งคดีที่พบมากที่สุดคือการหลอกขายสินค้าออนไลน์ และช่องทางที่คนมักตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือ Facebook, Messenger และ Instagram ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นของ Meta ทั้งหมด นี่จึงอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทาง Meta ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ด้วย
แม้ Meta จะไม่มีอำนาจสืบสวนหรือจับกุมผู้กระทำผิด แต่ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีที่มี จะทำให้ช่วยตรวจจับพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้ จึงร่วมมือกับ CIB ที่มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ และมีฐานข้อมูลบัญชีม้าอย่างเป็นระบบ สะท้อนให้เห็นว่าการร่วมมือในครั้งนี้ ทำให้สามารถพัฒนา ระบบความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยคัดกรองข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนในอนาคต
ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมมือกับ Meta เร่งยกระดับความปลอดภัยให้ผู้ใช้ในไทย เพื่อป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ ด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลจากภาครัฐ สำหรับตรวจจับ และจัดการบัญชีม้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดย Meta เปิดตัวระบบตรวจจับบัญชีม้า (Mule Account Checker) ในไทยเป็นแห่งแรกของโลก ซึ่งระบบจะทำงานเมื่อผู้ขายแนบข้อมูลบัญชีในการสนทนา หากตรวจพบบัญชีต้องสงสัย หรือบัญชีม้าที่อยู่ในฐานข้อมูลตำรวจสอบสวนกลาง ผ่านข้อความของ Messenger หรือ Instagram ระบบจะแจ้งเตือนเป็นข้อความพร้อมแนบลิงก์ข้อมูลแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ระวังตัวในการโอนเงิน
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เสริมความปลอดภัยให้ผู้ใช้อื่นๆ อย่างเช่น ระบบจดจำใบหน้าเพื่อกู้บัญชีที่โดนแฮ็ก การแจ้งเตือนเมื่อมีการล็อกอินจากเครื่องอื่น ระบบขออนุมัติรับข้อความจากคนแปลกหน้าใน Instagram และระบบแจ้งเตือนกิจกรรมต้องสงสัยอัตโนมัติ โดยไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรก ๆ ที่ได้ใช้ระบบนี้เช่นกัน
● ทำไม Meta ใช้งานระบบนี้ในไทยเป็นแห่งแรก ?
ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญกับปัญหา “อาชญากรรมออนไลน์” ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 30 เม.ย. 68 พบว่ามีความเสียหายรวมกว่า 7,600 ล้านบาท ซึ่งคดีที่พบมากที่สุดคือการหลอกขายสินค้าออนไลน์ และช่องทางที่คนมักตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือ Facebook, Messenger และ Instagram ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นของ Meta ทั้งหมด นี่จึงอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทาง Meta ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ด้วย
แม้ Meta จะไม่มีอำนาจสืบสวนหรือจับกุมผู้กระทำผิด แต่ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีที่มี จะทำให้ช่วยตรวจจับพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้ จึงร่วมมือกับ CIB ที่มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ และมีฐานข้อมูลบัญชีม้าอย่างเป็นระบบ สะท้อนให้เห็นว่าการร่วมมือในครั้งนี้ ทำให้สามารถพัฒนา ระบบความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยคัดกรองข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

ไทยสังคม
รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

ต่างประเทศสังคม