
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta บริษัทแม่ของ Instagram เตรียมขึ้นให้การเป็นพยานในศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย ในคดีที่ครอบครัวในสหรัฐฯ ฟ้องร้องหลายบริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ เช่น Meta, YouTube , TikTok และ Snapchat ว่าจงใจออกแบบแพลตฟอร์มให้ดึงดูดผู้ใช้เยาวชนอย่างต่อเนื่องจนเกิดพฤติกรรมเสพติดและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น
ซึ่งฝ่ายโจทก์กล่าวหาว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้ตั้งใจออกแบบอัลกอริทึมและฟีเจอร์ต่างๆ ให้เด็กใช้งานต่อเนื่องจนกลายเป็น “การเสพติด” โดยอ้างเอกสารภายในบริษัทที่เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์กับคาสิโนหรือยาเสพติด และพบว่าพ่อแม่หรือการควบคุมของผู้ปกครองมีผลจำกัดในการหยุดยั้งพฤติกรรมดังกล่าว
การพิจารณาคดีมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากศาลตัดสินให้บริษัทต้องรับผิดชอบ อาจเป็นบรรทัดฐานสำคัญต่อคดีหลายพันคดีที่กำลังรออยู่ทั่วประเทศ โดยกระบวนการไต่สวนจะดำเนินต่อไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม โดยคณะลูกขุน 12 คนจะตัดสินว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ต้องร่วมรับผิดหรือไม่
ในระหว่างการพิจารณา ก่อนหน้านี้ อดัม มอสเซอรี หัวหน้า Instagram ให้การต่อศาลว่าเขาไม่เห็นด้วยกับคำว่า “การเสพติด” และเสนอใช้คำว่า “การใช้งานที่มีปัญหา” แทน พร้อมอธิบายว่าการใช้งานยาวนานไม่จำเป็นต้องเท่ากับการเสพติด คำให้การดังกล่าวทำให้ครอบครัวที่สูญเสียลูกจากปัญหาสุขภาพจิตในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดียรู้สึกไม่พอใจ
ขณะเดียวกัน TikTok และ Snapchat ได้ยื่นเรื่องขอไกล่เกลี่ยอย่างเป็นความลับก่อนที่การพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เทคโนโลยียักษ์ใหญ่เหล่านี้กำลังเผชิญในการต่อสู้ทางกฎหมายที่อาจมีผลกระทบกว้างไกลต่ออุตสาหกรรมโซเชียลมีเดียและการคุ้มครองเยาวชนในอนาคต
ที่มา : AP News
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
