
ตอนนี้กระแส AI ที่สามารถทำภาพและวิดีโอออกมาที่ “เนียนจนเกือบแยกไม่ได้” เต็มหน้าฟีด ที่เหมือนใช้คนจริงตั้งแต่สีผิว สำเนียงการพูด การเคลื่อนไหว ไปจนถึงสายตาที่ดูมีชีวิตจริง โดยเป็นอีกทางเลือกที่ดีในการสร้างผลงานให้กับคนที่ไม่ชอบออกกล้อง รวมถึงยังลดค่าใช้จ่ายในด้านอุปกรณ์ Production ที่คนธรรมดาก็มีนักแสดง AI ส่วนตัวได้ ไม่ต้องเช่ากล้อง ไม่ต้องจ้างคน ก็ทำคลิประดับมือโปรแบบง่ายๆ
แต่ขณะเดียวกัน ความสมจริงนี้ก็กำลังเปิด “ช่องว่าง” ให้เกิดความเสี่ยงใหม่ๆ ในยุคที่มิจฉาชีพปรับตัวได้ไวจนตั้งรับไม่ทัน
ซึ่งล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยว่าในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.68 มีการร้องเรียนจากผู้บริโภคพุ่งเกือบ 40% โดยส่วนใหญ่ถูกหลอกด้วย “โฆษณาปลอม” ที่ใช้ภาพหรือวิดีโอ AI สมจริงมาโฆษณาเกินจริง จนผู้บริโภคหลงเชื่อ
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงอดคิดไม่ได้ว่าถ้าต่อไป AI ถูกใช้สร้าง “ข่าวปลอม” อย่างแนบเนียน และเผยแพร่ออกไปจะทำอย่างไร ? เพราะแค่คลิปปลอมไม่กี่วินาที อาจทำให้คนเชื่อว่านั่นคือ “เรื่องจริง” ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงจนกลายประเด็นทางสังคม หรือทำให้ทั้งสังคมหันมารุมประณามใครบางคน ทั้งที่สิ่งนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ซึ่งตอนนี้ในบางแพลตฟอร์ม ก็มีระบบให้ครีเอเตอร์ที่ใช้ AI สร้างคลิป ติดป้ายกำกับเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของผู้ชมบ้างแล้ว แม้ยังไม่บังคับใช้ แต่ก็มีเงื่อนไขว่า หากผู้ใช้งานแพลตฟอร์มพบเห็น คลิป AI ที่ไม่ได้ติดป้ายกำกับ ก็สามารถรายงานได้ เพราะบางคนยังแยกไม่ออก และอาจเกิดความสับสนในข้อมูล การพัฒนาระบบตรวจจับ AI ให้มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นอย่างมาก
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใช้เองต้องมีวิจารณญาณในการเสพสื่อ ไม่หลงหลงเชื่อหรือแชร์ข้อมูลที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน โดยเฉพาะในยุคนี้ ที่เทคโนโลยีสร้างสรรค์เนื้อหาได้สมจริงและรวดเร็ว
แต่ขณะเดียวกัน ความสมจริงนี้ก็กำลังเปิด “ช่องว่าง” ให้เกิดความเสี่ยงใหม่ๆ ในยุคที่มิจฉาชีพปรับตัวได้ไวจนตั้งรับไม่ทัน
ซึ่งล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยว่าในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.68 มีการร้องเรียนจากผู้บริโภคพุ่งเกือบ 40% โดยส่วนใหญ่ถูกหลอกด้วย “โฆษณาปลอม” ที่ใช้ภาพหรือวิดีโอ AI สมจริงมาโฆษณาเกินจริง จนผู้บริโภคหลงเชื่อ
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงอดคิดไม่ได้ว่าถ้าต่อไป AI ถูกใช้สร้าง “ข่าวปลอม” อย่างแนบเนียน และเผยแพร่ออกไปจะทำอย่างไร ? เพราะแค่คลิปปลอมไม่กี่วินาที อาจทำให้คนเชื่อว่านั่นคือ “เรื่องจริง” ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงจนกลายประเด็นทางสังคม หรือทำให้ทั้งสังคมหันมารุมประณามใครบางคน ทั้งที่สิ่งนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ซึ่งตอนนี้ในบางแพลตฟอร์ม ก็มีระบบให้ครีเอเตอร์ที่ใช้ AI สร้างคลิป ติดป้ายกำกับเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของผู้ชมบ้างแล้ว แม้ยังไม่บังคับใช้ แต่ก็มีเงื่อนไขว่า หากผู้ใช้งานแพลตฟอร์มพบเห็น คลิป AI ที่ไม่ได้ติดป้ายกำกับ ก็สามารถรายงานได้ เพราะบางคนยังแยกไม่ออก และอาจเกิดความสับสนในข้อมูล การพัฒนาระบบตรวจจับ AI ให้มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นอย่างมาก
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใช้เองต้องมีวิจารณญาณในการเสพสื่อ ไม่หลงหลงเชื่อหรือแชร์ข้อมูลที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน โดยเฉพาะในยุคนี้ ที่เทคโนโลยีสร้างสรรค์เนื้อหาได้สมจริงและรวดเร็ว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

ไทยสังคม
รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

ต่างประเทศสังคม