ใครจะเป็นยังไงก็ช่าง เมกาไม่สน ทรัมป์ปัดตกทุกโปรเจกต์สิ่งแวดล้อม หวังชิงความเป็นที่หนึ่งเศรษฐกิจในทุกด้าน
facebook Iconx Iconline Icon

ความยั่งยืน

ใครจะเป็นยังไงก็ช่าง เมกาไม่สน! ทรัมป์ปัดตกทุกโปรเจกต์สิ่งแวดล้อม หวังชิงความเป็นที่หนึ่งเศรษฐกิจในทุกด้าน?

Clock Icon

18 กุมภาพันธ์ 2569

“เพราะผลประโยชน์ของชาติตัวเองต้องมาก่อน ใครจะได้รับผลกระทบก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร”


ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณชัดว่า “สิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนของสหรัฐ” และเลือกเดินเกมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมก่อน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานฟอสซิลและอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้ต้องแลกกับมาตรการคุมมลพิษและความพยายามลดโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังรณรงค์ก็ตาม


เปิดปี 2026 ผ่านมาไม่ถึง 2 เดือน ทรัมป์ปัดตกโครงการสิ่งแวดล้อมรัวๆ 


จุดเปลี่ยนสำคัญที่ถูกจับตาอีกครั้งคือเมื่อง 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (EPA) ได้ประกาศยกเลิกกฎหมายพื้นฐานด้านการควบคุมสภาพภูมิอากาศของรัฐบาลกลาง โดยประกาศยกเลิกกฎคุมมลพิษจากรถยนต์ครั้งใหญ่ เพื่อลดภาระทางภาษีและสนับสนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมกับสั่งระงับมาตรการส่งเสริมพลังงานสะอาด และรถยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำว่าอเมริกาไม่ได้มองเรื่อง Sustainability เป็นสิ่งจำเป็นอีกต่อไป

หากย้อนไปตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวออกเอกสารสั่งถอนสหรัฐฯ จากองค์กรระหว่างประเทศกว่า 66 แห่ง พร้อมให้เหตุผลว่าไม่สอดคล้องผลประโยชน์สหรัฐฯ ซึ่งองค์กรเหล่านี้ มีหลายหน่วยงานที่ส่งเสริมแนวนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง


นอกจากนี้ รัฐบาลก็เริ่มเปิดทางให้ ขุดเจาะน้ำมัน-ก๊าซนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย แม้เป็นพื้นที่ที่มีประเด็นอ่อนไหวในเรื่องกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดก็ตาม

และเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 69 สหรัฐฯ ก็สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการประกาศถอนตัวออกจาก Paris Agreement ที่สะเทือนทิศทางโลกด้านพลังงาน เพราะข้อตกลงนี้คือกรอบความร่วมมือด้านการลดโลกร้อนในระดับโลก ซึ่งแปลว่าแรงสนับสนุนที่สหรัฐเคยจะมอบงบให้กับกองทุนภูมิอากาศสีเขียวก็จะหายไป และอาจทำให้หลายประเทศเลือกชะลอการขับเคลื่อนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตัวเอง


เพราะทุกการเคลื่อนไหว ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ในอเมริกา? 


เมื่อประเทศใหญ่ให้ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมน้อยลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสีเขียวก็กระทบไปถึงตลาดโลก เทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังเร่งก็อาจสะดุด เพราะนักลงทุนและภาคธุรกิจต้องคิดใหม่เรื่องความคุ้มค่า 

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งนโยบายจากมหาอำนาจ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด เทคโนโลยีลดมลพิษ และซัพพลายเชนที่ต้องใช้เวลาสร้างนาน และเมื่อทิศทางไม่ชัด การลงทุนก็จะช้าลง เป้าหมายที่เคยคิดว่าจะทำได้เร็ว อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้ในตอนแรก


สุดท้าย การเคลื่อนไหวด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมของทรัมป์อาจช่วยให้เศรษฐกิจของตัวเองเติบโตเร็วขึ้นได้ในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะสร้างความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติที่หนักขึ้น จนอาจกลายเป็นต้นทุนของทุกประเทศทั่วโลกที่ต้องแบกร่วมกันไม่รู้จบ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง_AI_ใครเแบกรับต้นทุน_เมื่อ_Data_Center_กลายเป็นโจทย์ท้าทายความยั่งยืนของโลก
ต่างประเทศความยั่งยืน

เบื้องหลัง AI ใครเแบกรับต้นทุน? เมื่อ Data Center กลายเป็นโจทย์ท้าทายความยั่งยืนของโลก

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หาข้อมูล ไปจนถึงพูดคุยทั่วไปเพราะสามารถให้คำตอบได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีหลังป้อนคำถาม

clock8 ชั่วโมงที่แล้ว
ยุทธศาสตร์_Big_Tech_กับพลังงานนิวเคลียร์_ทางออกพลังงานสะอาด_หรือกลยุทธ์ชะลอแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม
ต่างประเทศความยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ Big Tech กับพลังงานนิวเคลียร์ ทางออกพลังงานสะอาด หรือกลยุทธ์ชะลอแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม?

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว
Nuuly_แพลตฟอร์ม_เช่าเสื้อผ้ารายเดือนกับเป้าหมายยืดอายุเสื้อผ้าไปพร้อมกับลดขยะจาก_Fast_Fashion
ต่างประเทศความยั่งยืน

Nuuly แพลตฟอร์ม เช่าเสื้อผ้ารายเดือนกับเป้าหมายยืดอายุเสื้อผ้าไปพร้อมกับลดขยะจาก Fast Fashion

clock17 ชั่วโมงที่แล้ว