
สถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยการสู้รบขยายเป็นวันที่ 11 และหลายพื้นที่ยังคงปะทะหนักทั้งแนวรบกองทัพภาค 1 และ 2 โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงคือการใช้ขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถีขั้นสูงรุ่น GAM-102 ที่ทหารไทยสามารถยึดได้จากฝ่ายกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่แนวหน้าบริเวณเนิน 500 โดยหลายคนมีความเข้าใจคาดเคลื่อนว่าเป็นรุ่น GAM-102 LR
แล้ว GAM-102 LR คืออะไร ทำไมคนถึงให้ความสนใจ?
GAM-102 LR คือขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถียุคที่ 5 ของจีน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสนามรบยุคใหม่โดยเฉพาะ จุดเด่นคือระบบ “ยิงแล้วลืม” (fire-and-forget) ที่ผู้ยิงเพียงเล็งและล็อกเป้าหมายก่อนยิง เมื่อกดยิงแล้ว ขีปนาวุธจะพุ่งไปหาเป้าหมายเองโดยอัตโนมัติ โดยมีระยะยิงไกลราว 6-10 กิโลเมตร พร้อมระบบนำวิถีในตัว อย่างเซนเซอร์อินฟราเรดหรือการประมวลผลภาพ ทำให้ผู้ยิงไม่จำเป็นต้องเล็งหรือควบคุมทิศทางต่อ และสามารถหลบซ่อนหรือเตรียมรับมือสถานการณ์อื่นได้ทันที
แม้เป้าหมายจะเคลื่อนที่หรือพยายามหลบหลีก ระบบก็จะติดตามและปรับทิศทางการบินให้เอง ช่วยลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติการอย่างมาก แตกต่างจากอาวุธนำวิถีต่อสู้รถถัง GAM-102 ที่ตรวจพบ เพราะรุ่นนี้มีระยะยิงราว 4–6 กิโลเมตร ใช้ระบบนำวิถีแบบดั้งเดิมที่มีการใช้งานมากกว่า 10 ปี
แม้ทางการจีนจะยืนยันว่าไม่ได้ส่งมอบอาวุธนำวิถีต่อสู้รถถัง GAM-102LR (รุ่นล่าสุด) ให้กับฝ่ายกัมพูชา แต่อย่าลืมว่า GAM-102 เองก็เป็นของจีน ซึ่งก็มีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการจัดหาอาวุธของกัมพูชา ที่พึ่งพาอาวุธจากจีนเป็นหลัก โดย Phnom Penh Post รายงานว่า 95% ของอาวุธยุทโธปกรณ์ของกัมพูชามาจากจีน และได้อาวุธเหล่านี้มาจากความช่วยเหลือและความร่วมมือกับจีน ไม่ได้เป็นแค่การค้าขายอาวุธธรรมดา
นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างจีนและกัมพูชายังรวมถึงการฝึกทหารร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรม Golden Dragon ที่มีการฝึกใช้อาวุธและระบบจีนด้วยอาวุธจริง ส่งผลให้ทหารกัมพูชาได้ฝึกใช้อาวุธเหล่านี้อย่างเป็นระบบ และเข้าใจทั้งอุปกรณ์และการปฏิบัติการจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่จีน ซึ่งสะท้อนถึงความคุ้นเคยกับระบบยุทโธปกรณ์จีนทั้งในเชิงโครงสร้างและการปฏิบัติจริงของกองกำลังกัมพูชา
ประเด็นสำคัญคือ ตอนนี้จีนเน้นปรับแนวคิดสงครามยุคใหม่ที่มากกว่าการใช้กำลังคนจำนวนมากแบบเดิม ไปพร้อมกัน เพราะในการแสดงอาวุธและยุทโธปกรณ์ของจีนล่าสุด จีนได้เน้นการพัฒนาอาวุธประเภทโดรน ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่นๆ เช่น โดรนโจมตีและโดรนตรวจการณ์ ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนจากการรบแบบดั้งเดิมไปสู่การรบที่ขึ้นกับเทคโนโลยีและข้อมูลมากขึ้น สะท้อนว่าสงครามยุคใหม่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างโครงสร้างพลเรือนและโครงสร้างทางทหารลดลงอย่างมากจากการใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก
ฝ่ายไทยจึงเริ่มยกระดับการป้องกันภัยจากโดรนอย่างจริงจัง ทั้งการใช้ระบบต่อต้านโดรน ตรวจจับสัญญาณ และประสานข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ แปลว่าวันนี้สงครามยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องของกองทัพเพียงฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการบูรณาการเทคโนโลยี ระบบข่าวสาร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อสร้างความพร้อมและลดความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
