
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เร่งเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐกว่า 140 หน่วยงาน
เพื่อลดการขอเอกสาร และการติดต่องานราชการซ้ำซ้อน โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน เช่น ธุรกิจ e-Commerce หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาต การขึ้นทะเบียน และการดำเนินธุรกรรมกับภาครัฐ โดยไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ซ้ำ ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ปี 2567 ทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้สะดวกขึ้น
แรงขับเคลื่อนสำคัญในการ “ยกระดับการทำงานหน่วยงานภาครัฐ”
นอกจากการปรับเปลี่ยนนี้เพิ่มความสะดวกให้ประชาชน เจ้าเองก็จะได้ประโยชน์เช่นกัน เพราะการดึงข้อมูลจากต้นทางโดยตรง จะช่วยลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลซ้ำ ลดภาระงานเอกสารของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบข้อมูล ช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ลดการแยกเก็บข้อมูล และขอเอกสารจากประชาชน ที่แยกเป็นของแต่ละหน่วยงานเหมือนในอดีต
เสริมแกร่งรากฐานสำคัญของการพัฒนารัฐดิจิทัล ?
เมื่อหน่วยงานภาครัฐเริ่มใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาบริการแบบ One Stop Service หรือการอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจในด้านอื่น ๆ ก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายตามไปด้วย
สะท้อนทิศทางของภาครัฐไทยว่า การทำ Digital Transformation สามารถลดภาระของประชาชนได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยสอดรับกับนโยบายการผลักดันรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ที่เคยมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบังคับใช้กับหน่วยงานราชการ
ไม่ว่าจะเป็น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐทุกหน่วย ให้ดำเนินงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำให้รูปแบบการทำงานรัฐบาลเป็นรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น ในการหนุนไทยให้เป็นไทยแลนด์ 4.0
นอกจากนี้ ยังเปิดรับฟังความเห็นจากภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และสื่อ เพื่อนำไปปรับแผนพัฒนาระบบราชการ โดยเน้นพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ลดบริการที่ซ้ำซ้อน และเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น เทคโนโลยี AI สังคมสูงวัย รวมถึงความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสังคม ในอนาคตอีกด้วย
ซึ่งทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการปรับระบบการทำงานให้เข้ากับยุคดิจิทัล ช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และทำให้ประชาชนกับผู้ประกอบการเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
