
สำหรับประเทศไทย แม้หลายพื้นที่จะดำเนินชีวิตกันอย่างปลอดภัย แต่ตามแนวชายแดนและพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ยังคงมีทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน ทำให้เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ต้องเผชิญความเสี่ยงทุกครั้งที่ลงพื้นที่
ด้วยโจทย์สำคัญนี้ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงได้พัฒนา “Pathfinder UGV” หรือ "หุ่นยนต์เบิกทาง" หุ่นยนต์ภาคพื้นดินแบบบังคับระยะไกลที่ทำหน้าที่สำรวจพื้นที่และตรวจหาทุ่นระเบิดแทนมนุษย์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในภารกิจภาคสนาม
⚫️ จากโจทย์จริง สู่เทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง
สิ่งที่ทำให้ Pathfinder UGV แตกต่างจากหุ่นยนต์ทั่วไป คือแนวคิดในการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงมากกว่าความซับซ้อนของเทคโนโลยี โดยออกแบบหุ่นยนต์ล้อที่มีโครงสร้างเรียบง่าย แข็งแรง และซ่อมบำรุงได้ง่าย แทนการพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีความซับซ้อน เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หุ่นยนต์รุ่นนี้ถูกพัฒนาให้มีต้นทุนเพียงประมาณ 100,000 บาทต่อเครื่อง ซึ่งต่ำกว่าระบบนำเข้าจากต่างประเทศหลายเท่าตัว โดยเลือกใช้อุปกรณ์ที่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศ ทำให้สามารถซ่อมแซม ผลิตทดแทน และต่อยอดเทคโนโลยีได้รวดเร็ว ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว
Pathfinder UGV สามารถตรวจจับโลหะใต้ดินได้ลึกประมาณ 0.5–1 เมตร ส่งภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์มายังผู้ควบคุมที่อยู่ห่างจากพื้นที่อันตรายราว 20–30 เมตร พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ตัวหุ่นยนต์ยังถูกออกแบบให้มีความกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับความกว้างของคนเดิน ทำให้สามารถเคลื่อนผ่านเส้นทางในป่า ทางเดินแคบ หรือพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้อย่างคล่องตัว
⚫️ ก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ไทยเพื่อความมั่นคง
ปัจจุบัน Pathfinder UGV ผ่านการทดสอบร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) โดยสามารถตรวจจับและระบุตำแหน่งวัตถุได้อย่างถูกต้องในระดับ 80–90% และยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบให้รองรับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น
นอกจากภารกิจตรวจหาทุ่นระเบิดแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังมีศักยภาพต่อยอดสู่การค้นหาและกู้ภัย การสำรวจพื้นที่ภัยพิบัติ และภารกิจด้านความมั่นคงอื่น ๆ ในอนาคต
Pathfinder UGV เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงานวิจัยไทยที่เริ่มต้นจากปัญหาของประเทศ และนำความรู้ต่อยอด พัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สร้างผลลัพธ์ได้จริงสำหรับการการปกป้องชีวิตผู้คน และลดการสูญเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
