
ผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567–2568) โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า เด็กไทยอายุ 6–14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนรวมถึง 28.6%
ขณะที่เด็กอายุ 5–17 ปี มีเพียง 21.4% ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO)
ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดกว่า 20 ปี สะท้อนว่า "โรคอ้วนในเด็ก" ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน
และหนึ่งในปัจจัยที่เริ่มได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ คือ Digital Food Environment หรือ "สภาพแวดล้อมอาหารบนโลกดิจิทัล" ซึ่งอาจมีบทบาทต่อพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก แต่ยังถูกกล่าวถึงไม่มากนักในวงนโยบายของไทย
🔴 เมื่อโลกออนไลน์กลายเป็น “Digital Food Environment” ของเด็ก
ผลสำรวจเดียวกันพบว่า เด็กไทยอายุ 10–14 ปี ใช้เวลาหน้าจอเฉลี่ย 6.7 ชั่วโมงต่อวัน ในวันธรรมดา และ 8.3 ชั่วโมง ในวันหยุด
เวลาบนหน้าจอเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงความบันเทิง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เด็กเผชิญการตลาดอาหารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์ โฆษณาที่ปรับตามพฤติกรรมผู้ใช้งาน หรือการสื่อสารทางการตลาดที่กลมกลืนจนแทบแยกไม่ออกจากเนื้อหาทั่วไปบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
งานวิจัยของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ศึกษากลุ่มเด็กไทยจำนวน 4,117 คน พบว่ากว่า 84% เคยเห็นการตลาดอาหารที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพผ่านโซเชียลมีเดียภายใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา และ 72.5% เคยเห็นอินฟลูเอนเซอร์รีวิวหรือแนะนำผลิตภัณฑ์
ผลการศึกษาพบว่า การได้รับสื่อการตลาดอาหารมีความเชื่อมโยงกับความชอบ การตัดสินใจเลือกซื้อ และการบริโภคอาหารของเด็ก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การตลาดเหล่านี้เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคอ้วน เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลร่วมกัน
อีกประเด็นที่งานวิจัยหลายชิ้นพบตรงกัน คือ มีเด็กจำนวนมากที่ยังแยกไม่ออกว่า คอนเทนต์ไหนเป็นโฆษณา และคอนเทนต์ไหนเป็นเนื้อหาทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อโฆษณาที่มาในรูปแบบของอินฟลูเอนเซอร์ หรือถูกสอดแทรกอย่างแนบเนียนในคอนเทนต์
และเมื่อเด็กไม่รู้ว่ากำลังเผชิญการตลาด สภาพแวดล้อมบนโลกดิจิทัลจึงอาจมีอิทธิพลต่อการเลือกและการบริโภคอาหารของเด็กได้
🔴 การกำกับดูแลการตลาดอาหารในยุคดิจิทัล
ปัจจุบัน การกำกับดูแลการโฆษณาอาหารของไทยยังอาศัยพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เป็นหลัก แม้จะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร และมีการผลักดันร่างพระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก ซึ่งครอบคลุมการตลาดออนไลน์และการใช้อินฟลูเอนเซอร์ แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการผลักดันและยังไม่มีผลบังคับใช้
ขณะเดียวกัน งานวิจัยในไทยพบว่า การตลาดอาหารบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมีรูปแบบที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของสื่อดิจิทัลที่เปลี่ยนไป
🔴 เมื่อสุขภาพเด็กไม่ได้อยู่แค่บนโต๊ะอาหาร?
โรคอ้วนในเด็กเป็นปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัย และไม่ได้มีทางออกเพียงด้านเดียว แต่เมื่อเด็กใช้เวลาอยู่บนโลกดิจิทัลมากขึ้นทุกปี "สภาพแวดล้อมอาหารดิจิทัล" จึงเป็นอีกมิติที่ควรได้รับความสำคัญ ควบคู่กับการส่งเสริมโภชนาการ การออกกำลังกาย และมาตรการด้านสาธารณสุข
ในโลกที่เด็กเติบโตบนหน้าจอมากขึ้นทุกวัน ความท้าทายอาจไม่ใช่การปิดกั้นการตลาด แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เอื้อต่อทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และทำให้เด็กสามารถเติบโตท่ามกลางข้อมูล ข่าวสาร และการสื่อสารทางการตลาดได้อย่างรู้เท่าทัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
