เด็กไทย 1 ใน 4 น้ำหนักเกินหรืออ้วน เมื่อ อาหารดิจิทัล กลายเป็นปัจจัยเสี่ยง
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

เด็กไทย 1 ใน 4 น้ำหนักเกินหรืออ้วน : เมื่อ "อาหารดิจิทัล" กลายเป็นปัจจัยเสี่ยง

Clock Icon

29 มิถุนายน 2569

ผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567–2568) โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า เด็กไทยอายุ 6–14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนรวมถึง 28.6%

ขณะที่เด็กอายุ 5–17 ปี มีเพียง 21.4% ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO)

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดกว่า 20 ปี สะท้อนว่า "โรคอ้วนในเด็ก" ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

และหนึ่งในปัจจัยที่เริ่มได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ คือ Digital Food Environment หรือ "สภาพแวดล้อมอาหารบนโลกดิจิทัล" ซึ่งอาจมีบทบาทต่อพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก แต่ยังถูกกล่าวถึงไม่มากนักในวงนโยบายของไทย

🔴 เมื่อโลกออนไลน์กลายเป็น “Digital Food Environment”  ของเด็ก

ผลสำรวจเดียวกันพบว่า เด็กไทยอายุ 10–14 ปี ใช้เวลาหน้าจอเฉลี่ย 6.7 ชั่วโมงต่อวัน ในวันธรรมดา และ 8.3 ชั่วโมง ในวันหยุด

เวลาบนหน้าจอเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงความบันเทิง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เด็กเผชิญการตลาดอาหารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์ โฆษณาที่ปรับตามพฤติกรรมผู้ใช้งาน หรือการสื่อสารทางการตลาดที่กลมกลืนจนแทบแยกไม่ออกจากเนื้อหาทั่วไปบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

งานวิจัยของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ศึกษากลุ่มเด็กไทยจำนวน 4,117 คน พบว่ากว่า 84% เคยเห็นการตลาดอาหารที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพผ่านโซเชียลมีเดียภายใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา และ 72.5% เคยเห็นอินฟลูเอนเซอร์รีวิวหรือแนะนำผลิตภัณฑ์

ผลการศึกษาพบว่า การได้รับสื่อการตลาดอาหารมีความเชื่อมโยงกับความชอบ การตัดสินใจเลือกซื้อ และการบริโภคอาหารของเด็ก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การตลาดเหล่านี้เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคอ้วน เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลร่วมกัน

อีกประเด็นที่งานวิจัยหลายชิ้นพบตรงกัน คือ มีเด็กจำนวนมากที่ยังแยกไม่ออกว่า คอนเทนต์ไหนเป็นโฆษณา และคอนเทนต์ไหนเป็นเนื้อหาทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อโฆษณาที่มาในรูปแบบของอินฟลูเอนเซอร์ หรือถูกสอดแทรกอย่างแนบเนียนในคอนเทนต์

และเมื่อเด็กไม่รู้ว่ากำลังเผชิญการตลาด สภาพแวดล้อมบนโลกดิจิทัลจึงอาจมีอิทธิพลต่อการเลือกและการบริโภคอาหารของเด็กได้

🔴 การกำกับดูแลการตลาดอาหารในยุคดิจิทัล

ปัจจุบัน การกำกับดูแลการโฆษณาอาหารของไทยยังอาศัยพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เป็นหลัก แม้จะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร และมีการผลักดันร่างพระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก ซึ่งครอบคลุมการตลาดออนไลน์และการใช้อินฟลูเอนเซอร์ แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการผลักดันและยังไม่มีผลบังคับใช้

ขณะเดียวกัน งานวิจัยในไทยพบว่า การตลาดอาหารบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมีรูปแบบที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของสื่อดิจิทัลที่เปลี่ยนไป

🔴 เมื่อสุขภาพเด็กไม่ได้อยู่แค่บนโต๊ะอาหาร?

โรคอ้วนในเด็กเป็นปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัย และไม่ได้มีทางออกเพียงด้านเดียว แต่เมื่อเด็กใช้เวลาอยู่บนโลกดิจิทัลมากขึ้นทุกปี "สภาพแวดล้อมอาหารดิจิทัล" จึงเป็นอีกมิติที่ควรได้รับความสำคัญ ควบคู่กับการส่งเสริมโภชนาการ การออกกำลังกาย และมาตรการด้านสาธารณสุข

ในโลกที่เด็กเติบโตบนหน้าจอมากขึ้นทุกวัน ความท้าทายอาจไม่ใช่การปิดกั้นการตลาด แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เอื้อต่อทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และทำให้เด็กสามารถเติบโตท่ามกลางข้อมูล ข่าวสาร และการสื่อสารทางการตลาดได้อย่างรู้เท่าทัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ_AI_ยังเป็นความลับอยู่ไหม_เมื่อระบายกับ_AI_แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
ต่างประเทศสังคม

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐจับมือ_IMF_World_Bank_เปิดแผน_Bangkok_Blueprint_ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

clock15 ชั่วโมงที่แล้ว
ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา_หลังหน่วยงานสั่งตรวจ_AI_ขั้นสูง_เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน
ต่างประเทศสังคม

ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา! หลังหน่วยงานสั่งตรวจ AI ขั้นสูง เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน

clock17 ชั่วโมงที่แล้ว