
สังเกตไหมว่าคอนเทนต์ดราม่าหรือแนวน่าสงสารในโลกออนไลน์ มักได้ยอดวิวเยอะ เพราะคนจะหยุดดูและแชร์ต่อ ทำให้อัลกอริทึมช่วยดันให้เห็นมากขึ้น และสร้างรายได้ได้ง่าย
แต่รู้หรือไม่ ว่าบางคอนเทนต์ดราม่าเวอร์ๆ ที่เราเห็น อาจเป็นคอนเทนต์ที่ถูกวางแผน เขียนสคริปต์ และจัดฉากขึ้นมา เพื่อให้ดูดราม่าและดึงคนดูโดยเฉพาะ เพื่อเรียกยอดวิวและรายได้มากขึ้น?
แฉธุรกิจ "จัดฉากดราม่า" บงการไวรัลต้มคนดู
เห็นได้ชัดจากกรณีติ๊กต็อกเกอร์ชื่อดังช่องหนึ่ง ที่เริ่มจากการแชร์เรื่องราวสู้ชีวิตของตัวเองลงในช่อง จนคลิปได้รับความสนใจและมียอดวิวสูงจากความรู้สึกสงสารและเห็นใจของคนดู
แต่เมื่อเริ่มดัง ก็มีเอเจนซี่เข้ามาดูแลและเปลี่ยนทิศทางคอนเทนต์ ให้กลายเป็นแนวดราม่าที่มีการวางบทมากขึ้น โดยถูกสั่งให้ทำพฤติกรรมบางอย่างในคลิปเพื่อเรียกดราม่า แลกกับเงินเดือนละ 20,000 บาท
ซึ่งหลังเผยแพร่คอนเทนต์ออกไป กระแสก็แรงขึ้นจริง พร้อมกับโดนคนทั้งประเทศวิจารณ์และด่าทันที พอรับแรงกดดันไม่ไหวจึงขอยกเลิกสัญญา กลับถูกเอเจนซี่ใช้เงื่อนไขในสัญญายึดช่องที่ทำมาด้วยตัวเองไปทันที
ทำให้เขาต้องออกมาตั้งเพจใหม่เพื่อเล่าเรื่องทั้งหมด พร้อมเผยหลักฐานบางส่วน เช่น กระดาษสคริปต์ที่บรีฟคอนเทนต์มา ซึ่งมีตัวอักษรภาษาจีนประกอบอยู่ด้วย
ส่องท่าทีจีน ประเทศต้นทางคอนเทนต์จัดฉาก?
ในจีนตอนนี้มีทั้งบริษัทและครีเอเตอร์บางส่วนที่ทำคอนเทนต์แบบ “จัดฉาก” เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่หลายเรื่องก็กลายเป็นไวรัลใหญ่ในประเทศ
อย่างล่าสุด ก็มีอินฟลูเอนเซอร์สาวผู้พิการทางสายตา ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.3 ล้านคน กลายเป็นข่าวใหญ่ หลังโพสต์คลิปอ้างว่าถูกจักรยานไฟฟ้าชนบนทางเท้าคนตาบอดแล้วคนขี่หนี ทำให้สังคมโกรธและตำรวจต้องเข้ามาสืบสวน
แต่ภายหลังตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการจัดฉากทั้งหมด โดยมีบริษัท เอเจนซี่เป็นผู้วางบท และจ้างคนมาสร้างสถานการณ์ เพื่อปั่นกระแสและเพิ่มยอดความสนใจทำให้ตอนนี้ทั้งภาครัฐและประชาชนเริ่มเข้ามาตรวจสอบและกวาดล้างอย่างจริงจังมากขึ้น
สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ (คณะกรรมการจริยธรรมสื่อ) จึงตั้งข้อสังเกตว่า ธุรกิจคอนเทนต์แนว “ละครคุณธรรม” หรือดราม่าจัดฉาก ลักษณะนี้เคยถูกทางการจีนสั่งห้ามมาแล้ว กลุ่มทุนเหล่านี้เลยหลั่งไหลมาไทยหรือไม่?
เรา ในฐานะผู้บริโภค ควรเสพสื่อออนไลน์อย่างมีสติ อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันทีเมื่อเจอคอนเทนต์ที่กระตุ้นอารมณ์แรงๆ เพื่อไม่ให้เราเผลอถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด หรือช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจที่ไม่โปร่งใสในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
