
เมื่อพูดถึงคำว่า “ยื่นภาษี” ภาพจำของใครหลายคนอาจยังเป็นเรื่องยุ่งยาก เอกสารเยอะ และเป็นภาระที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บางคนมองว่านี่คือหน้าที่ของมนุษย์เงินเดือนหรือผู้ประกอบการเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริง การยื่นภาษีเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนมีรายได้แทบทุกคน และการเสียภาษีนี่แหละ เชื่อมโยงโดยตรงกับสิทธิ สวัสดิการ และโอกาสที่รัฐจะจัดสรรกลับคืนมาสู่ประชาชน
ทำไมทุกคนต้องยื่นภาษี?
“ภาษี” เป็นทรัพยากรสำคัญที่รัฐนำมาใช้พัฒนาประเทศโดยพึ่งพารายได้จากภาษีของประชาชนเป็นสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 90% ของรายได้ทั้งประเทศ นั่นหมายความว่า หากระบบภาษีมีปัญหา ไม่ว่าจะจัดเก็บได้ไม่ครบ มีช่องโหว่ หรือบริหารจัดการได้ไม่ดี ผลกระทบก็จะลามไปถึงคุณภาพชีวิตของคนทั้งประเทศ ตั้งแต่ถนนหนทาง โรงพยาบาล โรงเรียน ไปจนถึงสวัสดิการพื้นฐาน ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่จำเป็นต้องจ่ายภาษี ทุกประเทศบนโลกต่างก็มีกฎหมายในเรื่องนี้เหมือนๆ กัน
ในทางกลับกัน หากประชาชนจำนวนมากอยู่นอกระบบหรือหลบเลี่ยงภาษี เม็ดเงินก็ยิ่งหดตัว เมื่อเงินไม่พอรัฐก็ไม่สามารถพัฒนาบริการสาธารณะได้อย่างที่สังคมคาดหวัง วงจรนี้จึงกลายเป็นปัญหาซ้ำซ้อนที่กระทบทุกฝ่าย
ปัจจุบันประเทศไทยจัดเก็บภาษีได้ราว 16% ต่อ GDP คิดง่ายๆคือคนไทย 70 ล้าน มีเพียง 4 ล้านคนเท่านั้นที่เสียภาษี ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศที่มีระดับเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน หรือกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน ที่โดยทั่วไปเก็บภาษีได้ประมาณ 18% ต่อ
GDP อาจดูไม่มากแต่กำลังสะท้อนถึงงบประมาณที่หายไปจำนวนมหาศาล
ยิ่งถ้าเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม OECD จะเห็นชัดว่าพวกเขาจัดเก็บภาษีได้เฉลี่ยถึงประมาณ 24% ต่อ GDP และที่น่าสนใจคือประเทศเหล่านี้มักมาพร้อมกับระบบสวัสดิการที่ครอบคลุม ทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา และการดูแลประชาชนในระยะยาว นั่นก็หมายความว่า “ภาษีที่จ่ายไป” ใช้แลกกับ “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ของทุกคน จึงเป็นคำตอบว่าทำไมทุกคนต้องจ่ายภาษี
Easy E-Receipt = ระบบภาษีที่โปร่งใส
ซึ่งโครงการที่กรมสรรพากรผลักดันอย่างต่อเนื่อง คือ Easy E-Receipt หรือระบบใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ที่เชื่อมข้อมูลการซื้อขายเข้ากับระบบภาษีแบบ Seamless ตั้งแต่ต้นทาง
แม้ในปีนี้อาจยังไม่มีมาตรการลดหย่อนออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ทิศทางที่รัฐส่งสัญญาณออกมาค่อนข้างชัด ว่า Easy E-Receipt จะเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” สำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและปูพื้นฐานระบบภาษีให้ทันสมัย โปร่งใส และเอื้อต่อทั้งภาคธุรกิจและประชาชนในระยะยาว
ผู้ประกอบการได้เตรียมตัว ประชาชนได้ประโยชน์
ในมุมของผู้ประกอบการ การเข้าสู่ระบบ Easy E-Receipt ไม่ได้เป็นแค่เรื่องการทำตามนโยบายรัฐ แต่คือการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า หากในอนาคตมีมาตรการลดหย่อนหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม ร้านค้าที่อยู่ในระบบอยู่แล้วจะได้เปรียบทันที ทั้งในแง่ความน่าเชื่อถือและโอกาสทางธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ฝั่งประชาชนเองก็มีแนวโน้มพร้อมสนับสนุนมากขึ้น เพราะ Easy E-Receipt ทำให้การใช้สิทธิ์ภาษีง่ายขึ้น ไม่ต้องเก็บกระดาษ ไม่ต้องกลัวเอกสารหาย และตรวจสอบย้อนหลังได้จริง ที่สำคัญยังช่วยให้เงินที่เราจ่ายไป “มีที่ไปที่มา” มากขึ้น
มากกว่าภาษี คือการสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศ
อีกมิติหนึ่งที่มักถูกพูดถึงควบคู่กัน คือ การสนับสนุนสินค้าและผู้ประกอบการไทย เพราะมาตรการลักษณะนี้ มักถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศควบคู่ไปกับการดึงเศรษฐกิจนอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น
เมื่อข้อมูลการซื้อขายถูกบันทึกอย่างเป็นระบบ รัฐก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปวางนโยบายได้แม่นยำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือ SME การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการออกแบบสวัสดิการที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าเดิม
“การยื่นภาษี” จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นภาระที่ควรหลีกเลี่ยงแต่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรทำ เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองในวันที่รัฐออกมาตรการช่วยเหลือและเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ที่ Tech Movement
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
