
ไทยเตรียมเปิดตัวเทคโนโลยี ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) โดยนำ AI และการเรียนรู้ของ Machine Learning มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกำหนดวงเงินสินเชื่อให้เหมาะสมกับผู้กู้แต่ละราย
โดยเป็นการใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) นอกเหนือจากเอกสารทางการเงินแบบเดิม ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ และผู้มีรายได้ไม่แน่นอนที่ไม่มีสลิปเงินเดือน หรือมีประวัติเครดิตไม่เพียงพอสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นเพื่อขยายโอกาสทางการเงินให้ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการ
“รายได้ไม่แน่นอน” กลายเป็นอุปสรรคในการขอสินเชื่อ
หลายธนาคารเริ่มเล็งเห็นว่าการประเมินสินเชื่อแบบดั้งเดิมที่อาศัยสลิปเงินเดือนและเอกสารแสดงรายได้เป็นหลัก อาจทำให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระและฟรีแลนซ์เสียโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ
แม้จะมีรายได้เพียงพอสำหรับชำระหนี้ แต่รายรับที่ไม่สม่ำเสมอและการขาดหลักฐานทางการเงินตามเกณฑ์ของธนาคารก็อาจทำให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อได้
ซึ่ง AI และ Machine Learning จึงอาจสามารถเข้ามาเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ธนาคารประเมินผู้กู้ได้รอบด้านยิ่งขึ้น ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลทางเลือกและพฤติกรรมทางการเงิน
เพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับสลิปเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้แต่ละรายได้มากขึ้น และยังขยายโอกาสทางการเงินให้ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการ
แล้วข้อมูลทางเลือกคืออะไร และธนาคารดูอะไรบ้าง?
ข้อมูลทางเลือกคือข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากสลิปเงินเดือนและประวัติเครดิตแบบเดิม เช่น
รายการเดินบัญชีและรูปแบบการรับ-จ่ายเงิน
ประวัติการชำระค่าสาธารณูปโภคหรือค่าโทรศัพท์
รายได้จากแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือการขายของออนไลน์
พฤติกรรมการออมในแต่ละเดือน
AI จะนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์หารูปแบบที่บ่งบอกวินัยทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งเอกสารแบบเดิมอาจมองไม่เห็น ทำให้การพิจารณาสินเชื่อไม่ต้องพึ่งสลิปเงินเดือนเพียงอย่างเดียว และสะท้อนภาพของผู้กู้แต่ละรายได้รอบด้านขึ้น
AI กับโอกาสที่ทุกคนจะเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างเท่าเทียม
เมื่อธนาคารเริ่มนำ AI เข้ามาช่วยประเมิน การพิจารณาสินเชื่อก็อาจครอบคลุมผู้กู้ได้กว้างขึ้น เพราะดูจากพฤติกรรมทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้จริง แทนที่จะยึดเอกสารแสดงรายได้แบบเดิมเพียงอย่างเดียว
แต่การนำ AI มาใช้ประเมินสินเชื่อก็ยังมีความท้าทายคือ จะทำอย่างไรให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า AI อาจตัดสินใจผิดพลาดหรือมีอคติจากข้อมูลที่ใช้เรียนรู้ และบางครั้งยังอธิบายเหตุผลในการตัดสินใจได้ยาก ธนาคารจึงต้องมีระบบตรวจสอบ AI อย่างสม่ำเสมอ สามารถอธิบายผลให้ผู้กู้เข้าใจได้ พร้อมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยทางไซเบอร์
ขณะเดียวกัน การใช้ AI ช่วยให้คนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ต้องควบคู่กับ การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) โดยให้วงเงินเหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระจริง เพื่อไม่ให้ผู้กู้มีหนี้เกินตัวและกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ Virtual Bank ไทยไม่ได้อยู่ที่การปล่อยสินเชื่อให้คนได้มากที่สุด แต่อยู่ที่การช่วยให้คนเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเหมาะสม โดยไม่สร้างภาระหนี้เกินตัว เพื่อให้สินเชื่อกลายเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
