
ฟีเจอร์ชอปปิง ฟังก์ชันใหม่ที่ OpenAI เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของแชตบอต ให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับเปรียบเทียบข้อมูลก่อนซื้อสินค้าออนไลน์ โดยไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น
โดยปัจจุบัน มีผู้ใช้งาน ChatGPT มากขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า มีผู้เข้าชม ChatGPT มากถึง 5.2 พันล้านครั้งต่อเดือน ส่งผลให้ทาง OpenAI เอง ต้องการยกระดับ ChatGPT ให้เป็นแอปพลิเคชันอเนกประสงค์ เพื่อขยายความสามารถการให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น
● จาก “แชตบอต” สู่ “การมีฟีเจอร์ชอปปิง” แล้วจะใช้งานได้อย่างไร ?
ฟีเจอร์ใหม่นี้ จะแสดงผลแบบ Product Card ที่แสดงข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นชื่อสินค้า รูปสินค้า ราคา รวมไปถึงคะแนนรีวิวสินค้า ทำให้ผู้ใช้สามารถขอข้อมูล หรือป้อนคำสั่งให้ ChatGPT เปรียบเทียบสินค้า จากข้อมูลดังกล่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อได้ ซึ่งหากสนใจซื้อ สามารถคลิกลิงก์ที่แนะนำ ไปยังเว็บไซต์ของร้านค้าเพื่อสั่งซื้อสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องสลับแอปฯ เพื่อค้นหาสินค้านั้นอีกครั้ง
ในขณะที่คู่แข่ง อย่าง Google Shopping ที่มีฟีเจอร์ในลักษณะคล้ายกัน เพียงแต่ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายค่าโฆษณาเพื่อให้ร้านค้าแสดงขึ้นเวลาค้นหาข้อมูล ซึ่ง ChatGPT ไม่มีระบบโฆษณา ทำให้ทุกผลลัพธ์ที่ปรากฎล้วนเป็นข้อมูล “ออร์แกนิก” ที่เน้นรีวิวจากคนจริง ประสบการณ์จริง และบทวิจารณ์ที่ละเอียดกว่า ซึ่งอาจเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับ Google ว่าในอนาคต จะมีกลยุทธ์อะไรเพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ได้อย่างไรต่อไป
เรียกได้ว่า ฟีเจอร์ชอปปิงของ ChatGPT จะเข้ามาช่วยเพิ่มความนิยมในการใช้งานให้กับแพลตฟอร์มได้มากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเดิมที คนส่วนใหญ่ใช้ ChatGPT ช่วยค้นหาข้อมูลกันอยู่แล้ว การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสะดวกมากขึ้น ซึ่งจะเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบด้านการตลาดของ OpenAI ที่น่าจับตามอง
โดยปัจจุบัน มีผู้ใช้งาน ChatGPT มากขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า มีผู้เข้าชม ChatGPT มากถึง 5.2 พันล้านครั้งต่อเดือน ส่งผลให้ทาง OpenAI เอง ต้องการยกระดับ ChatGPT ให้เป็นแอปพลิเคชันอเนกประสงค์ เพื่อขยายความสามารถการให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น
● จาก “แชตบอต” สู่ “การมีฟีเจอร์ชอปปิง” แล้วจะใช้งานได้อย่างไร ?
ฟีเจอร์ใหม่นี้ จะแสดงผลแบบ Product Card ที่แสดงข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นชื่อสินค้า รูปสินค้า ราคา รวมไปถึงคะแนนรีวิวสินค้า ทำให้ผู้ใช้สามารถขอข้อมูล หรือป้อนคำสั่งให้ ChatGPT เปรียบเทียบสินค้า จากข้อมูลดังกล่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อได้ ซึ่งหากสนใจซื้อ สามารถคลิกลิงก์ที่แนะนำ ไปยังเว็บไซต์ของร้านค้าเพื่อสั่งซื้อสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องสลับแอปฯ เพื่อค้นหาสินค้านั้นอีกครั้ง
ในขณะที่คู่แข่ง อย่าง Google Shopping ที่มีฟีเจอร์ในลักษณะคล้ายกัน เพียงแต่ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายค่าโฆษณาเพื่อให้ร้านค้าแสดงขึ้นเวลาค้นหาข้อมูล ซึ่ง ChatGPT ไม่มีระบบโฆษณา ทำให้ทุกผลลัพธ์ที่ปรากฎล้วนเป็นข้อมูล “ออร์แกนิก” ที่เน้นรีวิวจากคนจริง ประสบการณ์จริง และบทวิจารณ์ที่ละเอียดกว่า ซึ่งอาจเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับ Google ว่าในอนาคต จะมีกลยุทธ์อะไรเพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ได้อย่างไรต่อไป
เรียกได้ว่า ฟีเจอร์ชอปปิงของ ChatGPT จะเข้ามาช่วยเพิ่มความนิยมในการใช้งานให้กับแพลตฟอร์มได้มากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเดิมที คนส่วนใหญ่ใช้ ChatGPT ช่วยค้นหาข้อมูลกันอยู่แล้ว การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสะดวกมากขึ้น ซึ่งจะเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบด้านการตลาดของ OpenAI ที่น่าจับตามอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

ไทยสังคม
รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

ต่างประเทศสังคม