นักวิจัย AI ทนไม่ไหว พากันลาออก เหตุเพราะโลกไม่พร้อมรับมือกับ AI ที่โตเร็วเกินไป
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

นักวิจัย AI ทนไม่ไหว! พากันลาออก เหตุเพราะโลกไม่พร้อมรับมือกับ AI ที่โตเร็วเกินไป?

Clock Icon

12 กุมภาพันธ์ 2569

ในช่วงที่ผ่านมา วงการ AI ทั่วโลกเริ่มสั่นสะเทือน หลังจาก นักวิจัยและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท AI รายใหญ่หลายแห่งพากันลาออก พร้อมออกมาแสดงความกังวลต่อทิศทางการพัฒนา AI

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับบริษัทผู้นำด้าน AI อย่าง OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT, Anthropic ผู้สร้าง Claude และ xAI ของอีลอน มัสก์ โดยนักวิจัยเหล่านี้เห็นตรงกันว่า  AI ถูกพัฒนาเร็วเกินไป และโลกอาจยังไม่พร้อมรับมือกับผลกระทบที่จะตามมา 

กังวลว่าอุตสาหกรรม AI ให้ความสำคัญกับการ “โตอย่างรวดเร็ว” มากกว่าความ “ปลอดภัย”

หนึ่งในกรณีที่ถูกจับตามาก คือ มิรินังก์ ชาร์มา (Mrinank Sharma) อดีตหัวหน้าทีมดูแลความเสี่ยงของ Anthropic ที่ประกาศลาออกพร้อมคำเตือนว่า “โลกกำลังตกอยู่ในอันตราย”

เขาอธิบายว่า ในการทำงานจริง การผลักดันให้บริษัทให้ความสำคัญกับ จริยธรรมและความปลอดภัยของ AI เป็นเรื่องยาก เพราะแรงกดดันด้านการแข่งขันและการเติบโตทางธุรกิจมีน้ำหนักมากกว่า จนสุดท้ายเขาเลือกจะก้าวออกมา

เหตุการณ์นี้สะท้อนมุมมองของนักวิจัยจำนวนมากว่าอุตสาหกรรม AI อาจกำลังเดินหน้าเร็วเกินไป โดยให้ความสำคัญกับผลกำไร มากกว่าผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้และสังคม

ChatGPT อาจกลายเป็นเครื่องมือชี้นำผู้คน?

ฝั่ง OpenAI ก็มีนักวิจัยอย่าง โซอี ฮิตซิก  (Zoë Hitzig)  ที่ตัดสินใจลาออก หลังทำงานมานานกว่า 2 ปี พร้อมออกมาเตือนว่า ทิศทางของบริษัทอาจกำลังเปลี่ยนจาก “การสร้าง AI เพื่อมนุษยชาติ” ไปสู่ “การใช้แพลตฟอร์มเพื่อหารายได้เชิงพาณิชย์”

เธอกังวลว่า หาก ChatGPT กลายเป็นพื้นที่โฆษณา ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ความสัมพันธ์ หรือความเชื่อ อาจถูกนำไปใช้เพื่อ ชี้นำพฤติกรรม โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ที่น่าห่วงคือ ความไว้วางใจที่ผู้คนมีต่อ AI ในฐานะ “ผู้ช่วยที่เป็นกลาง” อาจค่อย ๆ หายไป หาก AI ถูกใช้ในลักษณะเดียวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วไป

การยุบทีมด้านจริยธรรม ยิ่งทำให้คนในวงการเกิดข้อสงสัย

ในช่วงเดียวกัน OpenAI ยุบทีม Mission Alignment ซึ่งเป็นทีมที่ดูแลให้การพัฒนา AI เป็นไปตามพันธกิจเพื่อมนุษยชาติ การตัดสินใจนี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า บริษัทอาจให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจ มากกว่าประเด็นด้านจริยธรรมและความปลอดภัย ส่งผลให้ความกังวลในวงการ AI เพิ่มมากขึ้น

ไม่ใช่ครั้งแรก และอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่จริงๆ แล้ว นักวิจัย AI เคยออกมาแสดงความกังวลในลักษณะนี้มาก่อนแล้ว เพียงแต่ครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันจากหลายบริษัทใหญ่ จนกลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่โลกไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป

ท้ายที่สุด นี่คือคำถามสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องกลับมาคิดร่วมกันว่า เราจะใช้และพัฒนา AI อย่างไร ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ โดยไม่สร้างปัญหาให้โลกในระยะยาว ก่อนที่ทุกอย่างอาจจะสายเกินไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ_AI_ยังเป็นความลับอยู่ไหม_เมื่อระบายกับ_AI_แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
ต่างประเทศสังคม

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

clock17 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐจับมือ_IMF_World_Bank_เปิดแผน_Bangkok_Blueprint_ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

clock18 ชั่วโมงที่แล้ว
ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา_หลังหน่วยงานสั่งตรวจ_AI_ขั้นสูง_เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน
ต่างประเทศสังคม

ธนาคารทั่วโลกถูกจับตา! หลังหน่วยงานสั่งตรวจ AI ขั้นสูง เสี่ยงสั่นคลอนระบบการเงิน

clock20 ชั่วโมงที่แล้ว