
ธุรกิจไอที
“เพราะไทยต้องมีอธิปไตยข้อมูลของตัวเอง” เปิดแนวคิด INETREIT ผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสัญชาติไทย
18 พฤษภาคม 2569
ไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุนด้านดิจิทัลในภูมิภาค โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center, Cloud Services และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งจากข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พบว่ามีการเข้ามาลงทุนมูลค่าสูงว่า 873,741 ล้านบาท จาก 48 โครงการ
หรือคิดเป็นราว 86% ของเงินลงทุนทั้งหมดในไตรมาสนี้
แต่คำถามสำคัญคือ ไทยได้ประโยชน์แค่ไหนจากการลงทุน?
ซึ่งสิ่งที่ต้องคิดต่อคือ ไทยจะมีรายได้ทางเศรษฐกิจระยะสั้น หรือจะสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นประเทศที่มี “อำนาจควบคุมเทคโนโลยี ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ของตัวเองได้ เพราะการเข้ามาของต่างชาติ ก็อาจทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบและกำกับดูแลได้อย่างเต็มที่
หลายประเทศกำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้
▪️ ยุโรปเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เพราะ EU มอง AI และข้อมูลเป็นเรื่องสิทธิ ความปลอดภัย และอำนาจกำกับดูแลของสังคม เช่น การบังคับใช้กฎหมาย EU AI Act
▪️ ฝรั่งเศสเองตัดสินใจย้าย Health Data Hub จาก Microsoft Azure ไปยัง Scaleway ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Cloud สัญชาติฝรั่งเศส เพื่อให้การจัดการข้อมูลสุขภาพของประชาชนสอดคล้องกับแนวทาง Cloud Sovereignty ของยุโรปมากขึ้น
INETREIT ผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หนุนอธิปไตยข้อมูลของชาติ
การมี Sovereign Data Center หรือศูนย์ข้อมูลของไทยเอง เป็นอีกทางเลือกสำคัญในการแข่งขันและปกป้องอนาคตดิจิทัลของชาติ เพื่อให้ประเทศสามารถจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูล รวมถึงโมเดล AI ภายในขอบเขตอำนาจศาลของตนเอง ช่วยเพิ่มความมั่นคง และปกป้องข้อมูล รวมถึงรักษาความเป็นอิสระ และการขับเคลื่อนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติได้
INETREIT ในฐานะผู้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ได้ลงทุนในศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย อย่าง INET หรือผู้ให้บริการ Cloud และ Digital Platform สัญชาติไทย ซึ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยมากว่า 31 ปี สอดรับกับนโยบาย Data Sovereignty ที่ภาครัฐกำลังขับเคลื่อน เพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูลดิจิทัล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาไปสู่ Sovereign Data Center
เพราะการมีศูนย์ข้อมูลภายในประเทศจะมีความสำคัญมากขึ้น ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินทางดิจิทัลของชาติ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชน
ดังนั้น การจัดเก็บ และบริหารข้อมูลเหล่านี้ หากทำได้ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในไทย จะช่วยให้ข้อมูลสำคัญอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลของประเทศได้อย่างเหมาะสม ไปพร้อม ๆ กับการสนับสนุนบริษัทไทยให้เข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่เศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล
หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
