
สังคม
ไทยประกาศบทบาทผู้นำการศึกษาอาเซียน ชูแนวคิด "ASEAN Zero Dropout" ดันดิจิทัล–ทักษะสีเขียว สร้างกำลังคนแห่งอนาคต
23 กรกฎาคม 2569
ประเทศไทยเดินหน้าสร้างบทบาทผู้นำด้านการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนอีกครั้ง หลังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 14 (14th ASEAN Education Ministers Meeting: ASED) ณ ประเทศสิงคโปร์ ภายใต้แนวคิด "Strengthening ASEAN through Education" เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของภูมิภาคในช่วงปี 2026–2030
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ประเทศไทยนำเสนอคือความสำเร็จของโครงการ Thailand Zero Dropout ซึ่งสามารถพาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่การเรียนได้แล้วนับแสนคน พร้อมต่อยอดสู่ Thailand Zero Dropout PLUS ที่ใช้ฐานข้อมูลรายบุคคลร่วมกับแนวคิด "Learn to Earn" หรือ "เรียนไปด้วย มีรายได้ไปด้วย" เพื่อให้การศึกษาสอดคล้องกับบริบทชีวิตของผู้เรียนและความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต
นอกจากนี้ ไทยยังเสนอแนวคิด "ASEAN Zero Dropout" เพื่อผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกันลดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ภายใต้หลักการ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" พร้อมสนับสนุนการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมในระดับภูมิภาค
ที่ประชุมยังได้เปิดตัว ASEAN Work Plan on Education 2026–2030 ซึ่งเป็นแผนแม่บทความร่วมมือด้านการศึกษาระยะ 5 ปี ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ไปจนถึงการพัฒนากำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยประเทศไทยร่วมรับรองปฏิญญาสำคัญด้านการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน รวมถึงการยกระดับอุดมศึกษาด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อเตรียมบุคลากรให้พร้อมต่อวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2045
การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการศึกษาให้กับภูมิภาค พร้อมมุ่งพัฒนาเยาวชนไทยให้มีทั้ง ทักษะดิจิทัล (Digital Skills) และ ทักษะสีเขียว (Green Skills) ซึ่งกำลังกลายเป็นทักษะสำคัญของตลาดแรงงานโลกในอนาคต
ภายหลังการประชุม คณะผู้แทนไทยยังได้ศึกษาดูงานที่ Temasek Polytechnic สถาบันอาชีวศึกษาชั้นนำของสิงคโปร์ เพื่อเรียนรู้รูปแบบการศึกษาที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมจริง และแนวทางการพัฒนากำลังคนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับระบบการศึกษาของประเทศไทยในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
