วิเคราะห์สมรภูมิสิทธิบัตร เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เมื่อแข่งทางตรงไม่ชนะ ไทยจึงต้องหาพื้นที่ของตัวเอง
facebook Iconx Iconline Icon

ความยั่งยืน

วิเคราะห์สมรภูมิสิทธิบัตร “เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน” เมื่อแข่งทางตรงไม่ชนะ ไทยจึงต้องหาพื้นที่ของตัวเอง?

Clock Icon

22 กันยายน 2569

โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ จากระบบที่พึ่งพาน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินเป็นหลัก ไปสู่ระบบที่มีพลังงานหมุนเวียน ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ได้เกิดจากเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเดียว เพราะยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางพลังงาน การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศด้วย

เมื่อโครงสร้างพลังงานกำลังเปลี่ยน เงินลงทุนทั่วโลกก็เปลี่ยนตาม?

โดย IEA คาดว่าในปี 69 โลกจะลงทุนด้านพลังงานราว 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้ประมาณ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์จะลงทุนในพลังงานสะอาด ซึ่งมากกว่าเงินลงทุนในน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินเกือบ 2 เท่า โดยจีน สหรัฐฯ และยุโรปเป็นตลาดสำคัญของการลงทุนด้านนี้

แน่นอนว่าเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ก็กำลังผลักดันให้การแข่งขันด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเข้มข้นขึ้นด้วย โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้วิเคราะห์ฐานข้อมูล WIPO ช่วงปี 49–67 พบว่าตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการยื่นขอสิทธิบัตรเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนรวมกว่า 760,000 ฉบับ

ถ้าดูจากแนวโน้มการยื่นขอสิทธิบัตร จะเห็นการเติบโตแบ่งออกเป็น 3 ช่วงอย่างชัดเจน

  • ช่วงที่ 1 (ปี 49–55) : เริ่มตื่นตัว และมีการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

  • ช่วงที่ 2 (ปี 56–63) : การยื่นขอสิทธิบัตรเริ่มชะลอลง และเข้าสู่ช่วงปรับตัว

  • ช่วงที่ 3 (ปี 64–67) : การยื่นขอสิทธิบัตรกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางการผลักดันนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านพลังงานของหลายประเทศ

จีนมีสิทธิบัตรเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมากที่สุดในโลก? 

เมื่อเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนกลายเป็นตลาดสำคัญ การพัฒนากลับกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่ประเทศ โดยจีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และเยอรมนี มีสัดส่วนสิทธิบัตรรวมกันถึง 83% ของสิทธิบัตรพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก

ในกลุ่มนี้ จีนมีการเติบโตโดดเด่นที่สุด โดยปี 67 จีนมีสัดส่วนการยื่นขอสิทธิบัตรพลังงานหมุนเวียนราว 60% ของคำขอทั่วโลก โดยมีการยื่นขอมากกว่า 30,000 เพิ่มขึ้นจากปี 49 ที่มีเพียงหลักพันฉบับ มีสิทธิบัตรสะสม 234,595 ฉบับ ซึ่งสูงที่สุดในโลก

ส่อง 5 พลังงานสะอาด เทคโนโลยีไหนมาแรงที่สุด?

ถ้าลองแยกสิทธิบัตรเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนออกเป็น 5 กลุ่ม จะเห็นชัดขึ้นว่าเทคโนโลยีด้านไหนมีการพัฒนามากที่สุด

  • พลังงานแสงอาทิตย์ มีสัดส่วนสูงสุดที่ 52.1% มากกว่าครึ่งของทั้งหมด 

  • เซลล์เชื้อเพลิงและไฮโดรเจน มีสัดส่วน 21.2%

  • พลังงานลม คิดเป็น 16.3%

  • พลังงานน้ำ คิดเป็น 9% ค่อนข้างทรงตัว เพราะเทคโนโลยีค่อนข้างนิ่งและอิ่มตัวแล้ว

  • พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal)  แม้ตอนนี้จะมีสัดส่วนนิดเดียวแค่ 1.3% แต่กลับมี อัตราการเติบโตเร็วที่สุด (โตปีละ 9.3%) ข้อดีคือตลาดยังว่าง ไม่มีเจ้าใหญ่ผูกขาด ใครคิดค้นอะไรใหม่ๆ ได้ก่อน ก็มีโอกาสแจ้งเกิดสูง

ไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้ แล้วจะหาทางรอดได้ยังไง?

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยมีการยื่นคำขอสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรด้านพลังงานหมุนเวียนรวมกว่า 760 คำขอ แบ่งเป็นสิทธิบัตร 529 คำขอ และอนุสิทธิบัตร 231 คำขอ โดย 63% หรือ 476 คำขอ มาจากผู้ยื่นต่างชาติ 

ขณะที่ผู้ยื่นไทยมี 284 คำขอ หรือ 37% สะท้อนว่าในช่วงที่ผ่านมา การพัฒนาและถือครองทรัพย์สินทางปัญญาด้านพลังงานหมุนเวียนในไทยยังมีสัดส่วนจากต่างชาติมากกว่าผู้พัฒนาในประเทศ

และเมื่อเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนส่วนใหญ่ ถูกพัฒนาโดยประเทศที่มีศักยภาพสูงอย่างจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น การจะแข่งกับยักษ์ใหญ่ในตลาดพลังงานแสงอาทิตย์หรือเซลล์เชื้อเพลิงโดยตรงโอกาสรุ่งก็อาจจะยาก เพราะสนามนั้นถูกครองด้วยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีทุนวิจัยมหาศาลอยู่แล้ว

แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญาชี้ว่ายังมีช่องทาง ที่ไทยเข้าไปสร้างโอกาสในตลาดพลังงานหมุนเวียนได้ โดยเริ่มจากการพัฒนานวัตกรรมย่อยและชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นส่วนประกอบ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพลังงาน เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน แทนการพัฒนาเทคโนโลยีหลักเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่โดยตรง

และการมองหาเทคโนโลยีที่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนา โดยเฉพาะพลังงานความร้อนใต้พิภพ ที่ยังมีสัดส่วนสิทธิบัตรค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น ทำให้ยังมีโอกาสสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่

รวมถึงการเชื่อมงานวิจัยเข้ากับภาคธุรกิจ โดยนำผลงานจากหน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยมาต่อยอดร่วมกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาให้เกิดการใช้งานจริงและสร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถนำไปต่อยอดในตลาดได้

ซึ่งหากไทยพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ไทยมีส่วนร่วมและสร้างมูลค่าในตลาดพลังงานหมุนเวียนที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้มากขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง_AI_ใครเแบกรับต้นทุน_เมื่อ_Data_Center_กลายเป็นโจทย์ท้าทายความยั่งยืนของโลก
ต่างประเทศความยั่งยืน

เบื้องหลัง AI ใครเแบกรับต้นทุน? เมื่อ Data Center กลายเป็นโจทย์ท้าทายความยั่งยืนของโลก

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หาข้อมูล ไปจนถึงพูดคุยทั่วไปเพราะสามารถให้คำตอบได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีหลังป้อนคำถาม

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
ยุทธศาสตร์_Big_Tech_กับพลังงานนิวเคลียร์_ทางออกพลังงานสะอาด_หรือกลยุทธ์ชะลอแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม
ต่างประเทศความยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ Big Tech กับพลังงานนิวเคลียร์ ทางออกพลังงานสะอาด หรือกลยุทธ์ชะลอแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม?

clock15 ชั่วโมงที่แล้ว
Nuuly_แพลตฟอร์ม_เช่าเสื้อผ้ารายเดือนกับเป้าหมายยืดอายุเสื้อผ้าไปพร้อมกับลดขยะจาก_Fast_Fashion
ต่างประเทศความยั่งยืน

Nuuly แพลตฟอร์ม เช่าเสื้อผ้ารายเดือนกับเป้าหมายยืดอายุเสื้อผ้าไปพร้อมกับลดขยะจาก Fast Fashion

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว