
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยรองเลขาธิการ ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระหว่าง 15 หน่วยงาน ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน
ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและสักขีพยาน เพื่อประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 68
โดยร่วมลงนามความร่วมมือกับทั้ง 15 หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน อาทิ
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงมหาดไทย
กระทรวงการคลัง
กระทรวงการต่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ธนาคารแห่งประเทศไทย
สมาคมธนาคารไทย
สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ
โดยมีเป้าหมายหลัก 5 ด้าน ได้แก่
1. บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
2. เชื่อมโยงข้อมูลข่าวกรองแบบบูรณาการ
3. ยึด–อายัดทรัพย์สินเพื่อตัดเส้นทางการเงินของอาชญากร
4. ใช้เทคโนโลยีและ AI ตรวจจับพฤติกรรมมิจฉาชีพ
5. สร้างภูมิคุ้มกันและให้ความรู้แก่ประชาชน
ซึ่งโครงการนี้จะเป็นกำลังสำคัญให้การปราบปรามสแกมเมอร์ ที่จะยกระดับความปลอดภัยและลดความเสียหายทางทรัพย์สินให้กับคนไทยจากแก๊งคอลเซนเตอร์ได้มากขึ้น
ที่มา: thaigov
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
