การใช้ AI แทนคน อาจยังไม่เวิร์คอย่างที่หลายคนคิด
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

การใช้ AI แทนคน ? อาจยังไม่เวิร์คอย่างที่หลายคนคิด

Clock Icon

24 มีนาคม 2569

ช่วงนี้หลายองค์กรเริ่มพูดคล้ายกันว่า อยากใช้ AI ให้มากขึ้น และลดการพึ่งพาคนให้น้อยลง แต่ถ้ามองจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอาจไม่ได้ง่ายแบบนั้น

AI ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่อาจขาดในสิ่งที่ “คน” มี

หนึ่งในเคสน่าจะเป็นตัวอย่างได้ดีที่สุด คือ บริษัท Block Inc. ของ Jack Dorsey ที่ก่อนหน้านี้ปลดพนักงานครั้งใหญ่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จำนวนกว่า 4,000 ตำแหน่ง หรือเกือบ 40% ของพนักงานทั้งหมด ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือต้องการใช้ AI ในระบบบริษัท เพราะเชื่อว่า ทีมที่เล็กลงก็ยังทำงานได้มากขึ้นแค่มีระบบที่เข้ามาช่วยเสริม

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีรายงานว่า Block ได้เรียกพนักงานบางส่วนกลับมาทำงานอีกครั้ง หลังปลดพนักงานไปไม่นาน ทำให้อดีตพนักงานบางส่วนไม่พอใจ เพราะมองว่าการปลดคนอาจเป็นแค่การสร้างภาพเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน

ฝั่งผู้บริหารก็ยอมรับว่า การคัดคนออกก่อนหน้านี้มีความผิดพลาด รวมถึงภาพรวมของธุรกิจเทคโนโลยี และบล็อกเชนยังผันผวน ทำให้หลายบริษัทต้องลดขนาดองค์กรอย่างเลี่ยงไม่ได้ เลยต้องรับคนกลับมาเพิ่ม โดยเฉพาะในสายวิศวกรรมและงานออกแบบ

AI ช่วยเพิ่ม Productivity ไม่ได้แปลว่าทดแทนได้ทุกอย่าง

เพราะงานจำนวนมากไม่ได้มีแค่ “ทำให้เสร็จ” แต่ยังต้องอาศัยความเข้าใจระบบเดิม ความรู้เชิงบริบท การประสานงานระหว่างทีม และการรับผิดชอบเวลาเกิดปัญหาจริง โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน หรือความสัมพันธ์กับลูกค้า

อดีตและพนักงานปัจจุบันของ Block บางส่วนก็ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า AI อาจช่วยให้งานบางอย่างเร็วขึ้นได้ แต่ยังแทนงานหลายแบบไม่ได้จริง โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้วิจารณญาณ การวางกลยุทธ์ ความเข้าใจลูกค้า หรือการตัดสินใจในสถานการณ์ซับซ้อน ซึ่งสุดท้ายก็ยังต้องมีคนคอยดูแลอยู่ดี

OpenAI สวนทางเทรนด์ปลดคน ด้วยการประกาศรับเพิ่ม?

แม้ OpenAI จะเป็นบริษัทแถวหน้าในกระแส AI แต่กลับเดินหน้ารับคนเพิ่มจำนวนมาก โดย Reuters อ้างข้อมูลจาก Financial Times ว่า OpenAI มีแผนเพิ่มพนักงานจากราว 4,500 คน เป็นประมาณ 8,000 คนภายในสิ้นปี 2026 โดยจะเน้นรับเพิ่มในสายพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม วิจัย ฝ่ายขาย และตำแหน่งที่ช่วยให้ลูกค้านำ AI ไปใช้ได้จริง

ทำให้เห็นชัดว่า แม้แต่บริษัทที่สร้าง AI เอง ก็ยังต้องใช้คนจำนวนมาก เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีเหล่านี้ใช้งานได้จริงในธุรกิจ เพราะการมีโมเดลที่เก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีคนที่คอยพัฒนาโปรดักส์ ดูแลลูกค้า และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในหน้างานจริงอีกด้วย

เรียนรู้-ปรับเปลี่ยน-ใช้ควบคู่กันไป

สรุปคือ AI เก่งขึ้นก็จริง แค่ยังไม่ถึงขั้นแทนคนได้ครบทั้งระบบ งานที่ขั้นตอนชัด ทำซ้ำบ่อย และวัดผลได้ง่าย อาจเป็นจุดที่ AI เข้ามาช่วยได้เร็ว แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้บริบท ความละเอียดอ่อน หรือเป็นงานที่พลาดไม่ได้ คนก็ยังมีบทบาทสำคัญมาก

โดย skillsetcourse ก็ได้บอกว่าโลกการทำงานในปี 2026  AI อาจไม่ได้เป็นทั้งฝันร้าย หรือเรื่องสวยหรูอย่างที่หลายคนพูดกัน แต่มันคือช่วงที่คนต้องเร่งปรับทักษะ เพราะหลายองค์กรมีเครื่องมือ AI พร้อม แต่ยังขาดคนที่มีทักษะใช้ AI ได้ถูกต้องในการทำงานจริง ซึ่งคนที่จะไปต่อได้ คือคนที่พร้อมเรียนรู้ทักษะใหม่

บทเรียนจาก Block และ OpenAI กำลังบอกว่า การเชื่อว่า AI จะแทนคนได้อาจเร็วเกินไป แปลว่าสิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การรีบลดคน แต่คือการรู้ว่าจะใช้ AI ร่วมกับคนอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมากกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว