
ลูกชายบ้านทรัมป์ ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนของตัวเอง ในชื่อ “Trump Mobile” เกิดคำถามมากมายว่าทำไมถึงทำเอง ทั้งที่ในสหรัฐอเมริกาก็มีบริษัทระดับโลกอย่าง Apple, Google ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้แทบทุกด้านอยู่แล้ว
มองผิวเผิน สมาร์ทโฟนนี้คงเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางธุรกิจของบ้านทรัมป์ ที่เป็นเพียงธุรกิจส่วนตัว แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกกว่านั้น อาจมีเหตุผลที่น่าสนใจกว่า เพราะนี่อาจไม่ใช่สมาร์ทโฟนธรรมดา แต่คือความพยายาม “ควบคุมข้อมูลระดับประเทศ”
ซึ่งสมาร์ทโฟนแบรนด์ทั่วไป ข้อมูลการใช้งานทั้งหมด “มักถูกจัดเก็บไว้บนคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่บริษัทแม่ควบคุม” ที่อาจอยู่นอกประเทศ และแน่นอนว่ายากต่อการกำกับดูแลโดยรัฐ พอเป็นแบบนี้ “Trump Mobile” เลยเป็นความพยายามในการปิดจุดอ่อน และสร้างระบบการสื่อสารที่ “อยู่ในการควบคุม” ของรัฐได้มากขึ้นนั่นเอง
ซึ่งจริงๆก็มีในบางประเทศที่ผลิตสมาร์ทโฟน เพื่อใช้เฉพาะภายในอย่าง “Samtaesong 8” สมาร์ทโฟนจากเกาหลีเหนือ ที่ใช้งานได้เฉพาะเครือข่ายภายในประเทศเท่านั้น จะไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโลกภายนอกได้
ท้ายที่สุด เรื่องนี้เป็นสะท้อนภาพแนวโน้มของแต่ละประเทศที่เริ่ม “ปิดกั้นข้อมูลภายใน” มากขึ้น เพื่อความมั่นคงของประเทศสะท้อนถึงความตื่นตัวของหลายประเทศ ในการปกป้อง “ความมั่นคงด้านข้อมูลอย่างจริงจัง” โดยจีนถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ในการควบคุมข้อมูลและผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศเพื่อทดแทนการใช้ของต่างชาติ
เพราะทุกประเทศตระหนักแล้วว่า “ข้อมูล” คืออำนาจที่นำไปต่อยอดเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงได้อย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเริ่มปิดกั้น หรือจำกัดการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆไว้ เพื่อไม่ให้ถูกเข้าถึงข้อมูลสำคัญในประเทศมากจนเกินความจำเป็น
ว่ากันว่านี่คือ “โทรศัพท์คนรักชาติ” ที่สร้างมาเพื่อคนอเมริกัน ?
มองผิวเผิน สมาร์ทโฟนนี้คงเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางธุรกิจของบ้านทรัมป์ ที่เป็นเพียงธุรกิจส่วนตัว แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกกว่านั้น อาจมีเหตุผลที่น่าสนใจกว่า เพราะนี่อาจไม่ใช่สมาร์ทโฟนธรรมดา แต่คือความพยายาม “ควบคุมข้อมูลระดับประเทศ”
ซึ่งสมาร์ทโฟนแบรนด์ทั่วไป ข้อมูลการใช้งานทั้งหมด “มักถูกจัดเก็บไว้บนคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่บริษัทแม่ควบคุม” ที่อาจอยู่นอกประเทศ และแน่นอนว่ายากต่อการกำกับดูแลโดยรัฐ พอเป็นแบบนี้ “Trump Mobile” เลยเป็นความพยายามในการปิดจุดอ่อน และสร้างระบบการสื่อสารที่ “อยู่ในการควบคุม” ของรัฐได้มากขึ้นนั่นเอง
ซึ่งจริงๆก็มีในบางประเทศที่ผลิตสมาร์ทโฟน เพื่อใช้เฉพาะภายในอย่าง “Samtaesong 8” สมาร์ทโฟนจากเกาหลีเหนือ ที่ใช้งานได้เฉพาะเครือข่ายภายในประเทศเท่านั้น จะไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโลกภายนอกได้
ท้ายที่สุด เรื่องนี้เป็นสะท้อนภาพแนวโน้มของแต่ละประเทศที่เริ่ม “ปิดกั้นข้อมูลภายใน” มากขึ้น เพื่อความมั่นคงของประเทศสะท้อนถึงความตื่นตัวของหลายประเทศ ในการปกป้อง “ความมั่นคงด้านข้อมูลอย่างจริงจัง” โดยจีนถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ในการควบคุมข้อมูลและผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศเพื่อทดแทนการใช้ของต่างชาติ
เพราะทุกประเทศตระหนักแล้วว่า “ข้อมูล” คืออำนาจที่นำไปต่อยอดเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงได้อย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเริ่มปิดกั้น หรือจำกัดการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆไว้ เพื่อไม่ให้ถูกเข้าถึงข้อมูลสำคัญในประเทศมากจนเกินความจำเป็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

ไทยสังคม
รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

ต่างประเทศสังคม