Anthropic เผยพบผู้ไม่หวังดีใช้ Claude สำหรับการพัฒนาอาวุธชีวภาพ
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

Anthropic เผยพบผู้ไม่หวังดีใช้ Claude สำหรับการพัฒนาอาวุธชีวภาพ

Clock Icon

13 กันยายน 2569

Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI เบื้องหลังโมเดล Claude ออกมาเปิดเผยรายงานข่าวกรองด้านภัยคุกคาม (Threat Intelligence Report) ฉบับล่าสุด ที่ระบุว่าบริษัทได้ตรวจพบและสกัดกั้นความพยายามใช้โมเดล AI ของตนในทางที่เป็นอันตรายหลายกรณี ตั้งแต่การพัฒนาอาวุธชีวภาพ อาวุธสงคราม ไปจนถึงการโจมตีทางไซเบอร์และปฏิบัติการข่าวปลอมระดับรัฐ

รายงานฉบับนี้สะท้อนภาพความกังวลที่กำลังเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก เกี่ยวกับความเสี่ยงที่เทคโนโลยีล้ำสมัยอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ

⚫️ รายงานเผย AI ถูกใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมายหลายด้าน

Anthropic ระบุว่า ระหว่างเดือนธันวาคม 2025 ถึงสิงหาคม 2026 บริษัทได้ระงับการใช้งานที่ไม่เหมาะสมกับโมเดลตระกูล Claude Haiku, Sonnet และ Opus

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ บริษัทระบุว่าพบ 5 กรณีศึกษา ที่ผู้ใช้พยายามนำ AI ไปใช้ในลักษณะที่อาจสนับสนุนการพัฒนาอาวุธชีวภาพ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็น "หนึ่งในความเสี่ยงร้ายแรงที่สุดของ AI ระดับแนวหน้า" เนื่องจากหากขาดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงต่อสังคมโดยรวม

นอกจากนี้ยังพบอีก 6 กรณี ที่มีการใช้ Claude ช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับอาวุธตามแบบแผน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน ขีปนาวุธ โดรนติดอาวุธ ระเบิด รวมถึงระบบเล็งเป้าหมายและระบบควบคุมที่เกี่ยวข้อง

⚫️ เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือของอาชญากรไซเบอร์และปฏิบัติการข่าวปลอม

รายงานยังชี้ให้เห็นว่าอาชญากรไซเบอร์และกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเริ่มพึ่งพา AI มากขึ้นในการดำเนินปฏิบัติการของตน โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่

  • กลุ่มจารกรรมไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย และสถาบันโฆษณาชวนเชื่อของอิหร่าน ถูกพบว่าใช้งาน Claude

  • กลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังอย่าง ShinyHunters รวมถึงห้องปฏิบัติการ AI สัญชาติจีน ก็ปรากฏชื่อในรายงานเช่นกัน โดย Anthropic กล่าวหาว่าบริษัท AI จีนพยายามลอกเลียนแบบความสามารถของ Claude

  • กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีพฤติกรรมสอดคล้องกับกลุ่ม Midnight Blizzard จากรัสเซีย ถูกกล่าวหาว่าใช้ AI สร้างระบบมัลแวร์ที่สามารถตรวจจับได้เองเมื่อถูกระบบความปลอดภัยตรวจพบ แล้วเขียนโค้ดใหม่เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังพบการใช้ AI ในรูปแบบอื่น ๆ ที่หลากหลาย ตั้งแต่แอปหาคู่ปลอม กลโกงผ่าน WiFi โรงแรม ไปจนถึงระบบสอดแนมที่ถูกออกแบบมาเพื่อระบุตัวตนของผู้เห็นต่างทางการเมือง

⚫️ โมเดลระดับสูงอย่าง Fable และ Mythos ปลอดภัยแค่ไหน?

ประเด็นหนึ่งที่ Anthropic เน้นย้ำคือ ไม่มีกรณีการใช้งานในทางที่ผิดเกิดขึ้นกับโมเดลระดับสูงอย่าง Claude Fable หรือ Claude Mythos ยกเว้นเพียงกรณีเดียวที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ "distillation" หรือการนำโมเดลขนาดใหญ่มาใช้ฝึกโมเดลขนาดเล็กกว่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

หัวหน้าฝ่ายข่าวกรองภัยคุกคามของ Anthropic เผยว่าสถานการณ์นี้มีความซับซ้อนอย่างมาก เพราะผู้ใช้ที่มีเจตนาไม่ดีมักไม่ได้แสดงเจตนาชัดเจนแบบ "ตัวร้ายในหนังสือการ์ตูน" แต่กลับเป็นกรณีที่คลุมเครือและยากต่อการตรวจจับมากกว่าที่คิด

⚫️ เสียงเตือนจากวงการ AI ทั่วโลก

รายงานของ Anthropic ไม่ใช่ฉบับเดียวที่ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของ AI ในช่วงนี้ ก่อนหน้านี้ Google ก็เพิ่งเปิดเผยว่ามีผู้พยายามใช้ Gemini เพื่อขอคำแนะนำแบบเป็นขั้นตอนสำหรับการสังเคราะห์สารชีวภาพที่ใช้เป็นอาวุธ

ในขณะเดียวกัน นักวิจัยด้านความปลอดภัยระดับสูงของ Anthropic เคยออกมาเตือนว่า AI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนมีความเป็นไปได้มากกว่า 10% ที่อาจนำไปสู่หายนะร้ายแรงต่อมนุษยชาติภายในทศวรรษหน้า ส่วนหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ก็เรียกร้องให้อุตสาหกรรม AI พิจารณา "ชะลอการพัฒนาโดยสมัครใจ" จนกว่าจะมีมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอ

ความกังวลเหล่านี้ยังจุดชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมืองในหลายประเทศ โดยมีการเรียกร้องให้ออกกฎหมายควบคุมการพัฒนา AI ระดับสูง รวมถึงมีความพยายามผลักดันข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อวางกรอบการพัฒนา AI อย่างปลอดภัย ขณะที่ผู้นำบางประเทศยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความได้เปรียบด้านการแข่งขัน AI ในระดับโลกเป็นหลัก สะท้อนให้เห็นความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างฝ่ายที่ต้องการเร่งพัฒนาและฝ่ายที่ต้องการความรอบคอบมากขึ้น

รายงานภัยคุกคามฉบับนี้ของ Anthropic สะท้อนให้เห็นถึงด้านมืดของเทคโนโลยี AI ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แม้ AI จะมีศักยภาพมหาศาลในการพัฒนาสังคมและแก้ปัญหาที่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายได้เช่นกัน ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากทั้งนักวิจัย นักการเมือง และผู้นำในอุตสาหกรรม ให้ทุกฝ่ายร่วมกันวางกรอบกำกับดูแล AI อย่างจริงจัง ก่อนที่เทคโนโลยีนี้จะก้าวไปไกลเกินกว่าจะควบคุมได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว