
รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบการตอบสนองต่อเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่เกิดขึ้นกับแพลตฟอร์ม ManageMyHealth ซึ่งเป็นระบบออนไลน์ที่เก็บข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยและใช้โดยคลินิกทั่วไปทั่วประเทศ
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 68 ที่ผ่านมา เมื่อมีผู้บุกรุกเข้าถึงโมดูล “Health Documents” ในระบบ ManageMyHealth โดยไม่ได้รับอนุญาต นักแฮ็กเกอร์อ้างว่ามีไฟล์ข้อมูลมากกว่า 400,000 ไฟล์ ซึ่งรวมถึงโน้ตทางการแพทย์ ผลตรวจ พาสปอร์ต และรูปภาพส่วนตัวของผู้ป่วย หากบริษัทไม่จ่ายค่าไถ่ภายในกำหนดเวลา
รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวว่าเหตุการณ์นี้ร้ายแรงและไม่น่ารับได้ โดยเน้นว่าข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลที่มีความเป็นส่วนตัวสูงและต้องได้รับการปกป้องในมาตรฐานสูงสุด รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อตรวจหาสาเหตุ ประเมินมาตรการป้องกันที่มีอยู่ และเสนอแนะแนวทางปรับปรุงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต โดยขอให้การตรวจสอบเริ่มภายในวันที่ 30 ม.ค.69 โดยยังคงให้ความสำคัญกับการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในปัจจุบันควบคู่ไปด้วย
ManageMyHealth ระบุว่าถึงขณะนี้ได้ระบุผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ยังไม่ระบุเวลาที่จะแจ้งให้ทุกคนทราบอย่างเป็นทางการ ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ รวมทั้ง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ Health NZ ก็กำลังร่วมมือกันเพื่อให้คำแนะนำและช่วยประสานการสื่อสารแก่ผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ
ทาง Health NZ แจ้งว่าระบบของตัวเองไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้และไม่มีผลต่อการดูแลทางคลินิก แต่รัฐบาลยอมรับว่าสถานการณ์นี้เป็น “สัญญาณเตือนสำคัญ” ในการยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพดิจิทัลทั่วประเทศ
ที่มา : SecurityBrief
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
