
สังคม
ทลายกันต่อเนื่อง ! สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ บุกจับเว็บพนันยักษ์ข้ามชาติ พบบัญชีธนาคาร ‘หมุนเงินกว่า 90 ล้านต่อเดือน’
10 พฤศจิกายน 2568
สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษบุกทลายเว็บพนันยักษ์ข้ามชาติ ยึดโทรศัพท์ 110 เครื่อง สมุดบัญชี 90 เล่ม พบเช่าบ้านทำศูนย์บัญชาการกลางเมือง อาศัยช่วงปะทะชายแดนซุกไทยเป็นฐานที่มั่น ปั่นเงินข้ามประเทศ มีบัญชีธนาคารหมุนเงินกว่า 90 ล้านต่อเดือน คุมตัว 14 รายตรวจเจอยาเสพติด อาวุธครบมือ
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 68 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ และ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าว ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ครั้งแรกของจังหวัดศรีสะเกษ หลังบุกค้นบ้านเช่า 2 หลังกลางเมือง พบของกลางจำนวนมหาศาล เช่น โทรศัพท์มือถือ 110 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 90 เล่ม, ซิมการ์ดโทรศัพท์จำนวนหนึ่ง, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และยาเสพติดชนิดเคตามีน 0.49 กรัม โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 14 ราย แบ่งเป็นชาวไต้หวัน 3 ราย และชาวไทย 11 ราย ซึ่งถือเป็นการจับกุมเครือข่ายต่างชาติที่ลักลอบทำธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติครั้งใหญ่ในพื้นที่
ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่พบชาวไต้หวันและชาวไทยรวม 14 คน นั่งเฝ้าโทรศัพท์ราว 100 เครื่องที่เชื่อมระบบบัญชีออนไลน์ เปิดทำงาน 24 ชั่วโมง รับ-โอนเงินให้นักพนันทั่วประเทศ คาดว่าเป็นศูนย์การเงินของเครือข่ายพนันข้ามชาติ
โดยเครือข่ายนี้มีหัวหน้าชาวไทย เช่าบ้าน 2 หลัง จ้างคนราว 10 คนไปเปิดบัญชีธนาคารคนละ 2–5 บัญชี รวมกว่า 90 บัญชี แล้วผูกกับมือถือประมาณ 90 เครื่อง ใช้รับ ฝาก ถอนเงินจากผู้เล่น พบเงินค้างในบัญชีราว 2 ล้านบาท และประเมินเงินหมุนเวียนกว่า 90 ล้านบาท คาดว่าเปิดทำการมาแล้วราว 3 เดือน และน่าจะย้ายมาจากประเทศเพื่อนบ้านเพราะช่วงก่อนหน้ามีการปิดด่านจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน จึงย้ายฐานทำการมาที่ จ.ศรีสะเกษ แทนจนปัจจุบัน
ระหว่างตรวจค้น พบเคตามีน และตรวจปัสสาวะพบผลสีม่วง 10 จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาชาวไทยทั้งหมดในความผิดฐาน เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม และเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์สินตามกฎหมายต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
