เรื่องจริงที่ต้องรู้_ถ้าลูกของคุณเล่น__Roblox.webp
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

เรื่องจริงที่ต้องรู้ ถ้าลูกของคุณเล่น Roblox

Clock Icon

10 กันยายน 2568

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเด็กทุกวันนี้ถึงใช้เวลาหลายชั่วโมงหน้าจอ พร้อมหัวเราะ พิมพ์แชทกับเพื่อน และพูดถึง “Roblox” อยู่บ่อยๆ

Roblox แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่สามารถสร้าง และปรับแต่งตัวละครได้ตามใจ ก่อนเข้าสู่เกมย่อยที่มีแนวเกมหลากหลาย ทั้งแอ็กชัน ผจญภัย จำลองสถานการณ์ ไปจนถึงเกมบทบาทสมมติ ที่รวมแล้วกว่า 40 ล้านห้อง

โดยปัจจุบันพบว่า ใน 1 เดือนผู้เล่นมากกว่า 380 ล้านคนทั่วโลก ขณะที่เด็กไทยเองก็นิยมเล่น Roblox ไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มวัย 6–15 ปี ซึ่งบางคนอาจมองว่าเกมนี้ทำให้เด็กได้ใช้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และได้ฝึกทักษะสื่อสารกับคนอื่นๆ

จากเกมออนไลน์ สู่หลุมพรางความไร้เดียงสา?


อีกด้านหนึ่ง Roblox ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัยของเด็ก เพราะมีเด็กเล่นเกมนี้เยอะมาก ทำให้พวกใคร่เด็กหรือ “เปโด” แฝงตัวอยู่ไม่น้อย

โดยใช้ช่องทางแชตในเกมเป็นเครื่องมือ เริ่มจากการตีสนิท และค่อยๆ หลอกล่อให้เด็กส่งรูป หรือวิดีโอส่วนตัว ก่อนจะพัฒนาไปถึงขั้นบังคับให้ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมของตัวเอง หรือแม้แต่คนในครอบครัว เพื่อนำไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ซึ่งเหตุการ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศแล้วหลายครั้ง

และแม้เกมจะพัฒนาระบบ AI ที่มีชื่อว่า Sentinel ขึ้นมา เพื่อตรวจจับการสื่อสารที่น่าสงสัย แต่ในปี 2024 มีคดีล่อลวงเด็กผ่าน Roblox 24,522 ครั้ง ทั้งที่มีผู้ใช้จำนวนมาก

เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆอย่าง Facebook ที่มีจำนวนคดีกว่า 8.5 ล้านคดี TikTok 1.3 ล้านครั้ง และ Discord กว่า 240,000 ครั้ง ทำให้เกิดคำถามว่า Roblox ตรวจสอบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเพียงพอแค่ไหน เพราะตัวเลขที่เกิดขึ้นสวนทางกับจำนวนผู้ใช้งานจริงอย่างน่าสงสัย

ความเสี่ยงจากผู้ล่อลวงนี้ ทำให้เกมออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กมากพอที่จะเล่นเพียงลำพัง นอกจากความรับผิดชอบที่แพลตฟอร์มควรจะคัดกรองผู้ใช้งานแล้ว

ผู้ปกครองเองก็ต้องหันมาให้ความใส่ใจ คอยดูแล และให้คำแนะนำเด็กอย่างใกล้ชิด เพราะในวันที่โลกออนไลน์ กลายเป็นสนามเด็กเล่นในยุคนี้ ภัยร้ายก็อาจอยู่ใกล้ตัวมากขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว