
ตอนนี้หลายพื้นที่ของไทยเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง จนหลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่ไทย เพราะหลายประเทศในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา ลาว และเวียดนาม ก็กำลังเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
ทำไมช่วงนี้ฝนถึงตกแช่ขนาดนี้?
ปัจจัยหลักคือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พาความชื้นจากทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียเข้าสู่แผ่นดิน เมื่อเจอกับร่องความกดอากาศต่ำจึงทำให้เกิดฝนต่อเนื่องในหลายพื้นที่
ขณะเดียวกัน มวลอากาศเย็นจากจีน ที่แผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของเมียนมา ลาว และไทย ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก เมื่ออากาศเย็นปะทะกับอากาศร้อนชื้น แนวฝนจึงเคลื่อนตัวช้าลงและเกิด “ฝนตกแช่” ในพื้นที่เดิมนานขึ้น
นอกจากนี้ พายุหมุนเขตร้อนและหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ยังเติมความชื้นเข้าสู่ระบบ ทำให้ฝนตกหนักและครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น
ถ้ามองเฉพาะปัจจัยเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงรูปแบบอากาศตามฤดูกาล แต่ปีนี้ยังมีอีกปัจจัยที่ต้องจับตา นั่นคือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกที่สูงผิดปกติ เพราะการที่อุณหภูมิของทะเลที่สูงขึ้นทำให้อากาศเหนือทะเลมีไอน้ำมากขึ้น และมาเจอกับร่องความกดอากาศต่ำ ก็มีเชื้อเพลิงสำหรับการก่อตัวของฝนมากขึ้น เปรียบได้กับการเติมน้ำให้ระบบฝนอยู่ตลอดเวลา
ที่น่าสนใจคือ สถานการณ์นี้กลับเกิดในช่วงที่อาเซียนมีแนวโน้มเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งจากอิทธิพลของ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ในช่วงปี 2026–2027
ทำไมปีที่มีเอลนีโญถึงยังมีฝนตกหนัก?
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนคือแต่เอลนีโญไม่ได้ทำให้ทุกพื้นที่แห้งแล้งเสมอไป เพราะปรากฏการณ์นี้เปลี่ยนรูปแบบลมและความกดอากาศในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกัน บางพื้นที่จึงมีฝนน้อยลง ขณะที่บางพื้นที่กลับมีฝนมากขึ้น
ซึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เอลนีโญเกิดขึ้นพร้อมกับเหล่าปัจจัยที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า จึงทำให้บางพื้นที่มีฝนตกหนัก แทนที่จะเกิดสภาพอากาศแห้งแล้งตามรูปแบบที่มักพบในช่วงเอลนีโญ
พูดง่ายๆ คือ เอลนีโญเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยของระบบอากาศ เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับปัจจัยอื่น ผลที่ออกมาในแต่ละพื้นที่จึงอาจแตกต่างจากรูปแบบทั่วไปได้
และสถานการณ์ฝนในช่วงนี้ยังต้องติดตามต่อเนื่อง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนว่าช่วงวันที่ 25–27 ก.ย. 69 ไทยจะมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากในหลายพื้นที่
โดยข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 25 ก.ย. 69 พบว่า มีน้ำท่วมแล้ว 12 จังหวัด 38 อำเภอ 143 ตำบล และ 596 หมู่บ้าน กระทบครัวเรือนกว่า 11,796 หลัง และประชาชนกว่า 37,036 คน
ขณะที่ GISTDA ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพบว่าพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงกำลังขยายวงกว้าง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และบางส่วนของกรุงเทพฯ ทำให้การติดตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง
โดยหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยติดตามสถานการณ์ได้คือแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ของ GISTDA ที่รวบรวมข้อมูลปริมาณฝน สภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำไว้ในที่เดียว พร้อมข้อมูลคาดการณ์น้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่งจากสถานีตรวจวัดระดับน้ำ รวมถึงการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถเช็กสถานการณ์ในพื้นที่ที่สนใจได้สะดวกขึ้น
โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ได้ทั้งบน App Store และ Google Play
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
