
สภาผู้บริโภคออกมาบอกว่า มีรายงานบนเว็บไซต์ HackNotice ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มต่างประเทศที่เฝ้าระวังแนวโน้มและเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลทั่วโลก โดยรวบรวมข้อมูลที่ถูกเปิดเผยบนอินเทอร์เน็ตและดาร์กเว็บ (Dark Web) เพื่อแจ้งเตือนองค์กรและผู้บริโภคถึงความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล
ซึ่งระบุว่า อาจมีการรั่วไหลของข้อมูลสมาชิกกว่า 460,000 ราย จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในประเทศไทย แต่ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้ออกมาชี้แจงหรือแจ้งเหตุแก่ผู้บริโภคและสื่อมวลชน สภาผู้บริโภคจึงได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความเห็นในมุมสิทธิผู้บริโภคและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โดย ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร อนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลและการถูกแฮกแม้จะต่างกันในทางเทคนิค แต่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคในลักษณะเดียวกัน คือการที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเข้าถึงหรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจลุกลามไปถึงการโจรกรรมข้อมูล การสวมรอยตัวตน หรือการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่เข้าข่ายผิดกฎหมายได้ หากองค์กรที่เก็บข้อมูลไม่มีระบบตรวจสอบหรือเฝ้าระวังที่เพียงพอ จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าข้อมูลของลูกค้าถูกเปิดเผยเมื่อใด
แต่หากพบว่ามีการรั่วไหล องค์กรต้องตรวจสอบว่าข้อมูลที่รั่วมีลักษณะใดและกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในระดับไหนเพราะหากเป็นเพียงชื่อหรือนามสกุลอาจไม่ถือว่ากระทบมากนัก แต่หากมีข้อมูลสำคัญ เช่น หมายเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร ถือเป็นกรณีร้ายแรงที่ต้องรีบแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลและผู้บริโภคโดยตรงทันที
อย่างไรก็ตาม ก็ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคควรตระหนักถึงสิทธิของตนเองและป้องกันความเสี่ยงเบื้องต้น เช่น แยกอีเมลที่ใช้ซื้อสินค้าออนไลน์ออกจากอีเมลที่ใช้ในธุรกรรมทางการเงิน ไม่ให้ข้อมูลวันเดือนปีเกิดหรือเลขบัตรประชาชนหากไม่จำเป็น และควรติดตามข่าวสารจากองค์กรที่เคยใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ
อีกทั้งยังให้ความเห็นว่าเหตุข้อมูลรั่วไหลนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิของผู้บริโภคที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ องค์กรที่เก็บข้อมูลเหล่านี้ควรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
ที่มา : สภาองค์กรผู้บริโภค
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
