
กสทช. เตรียมจัดระเบียบ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในไทย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม และลดความเสี่ยงด้านพลังงานและความปลอดภัย โดยมีแผนเสนอเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตของผู้ประกอบการจากประเภทที่ 1 เป็นประเภทที่ 3 ซึ่งจะทำให้การกำกับดูแลเข้มข้นขึ้น โดยคาดว่าจะนำเข้าบอร์ดเพื่ออนุมัติและมีผลบังคับใช้ภายในปี 69
การจัดระเบียบครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยกว่า 27% ต่อปี มูลค่าตลาดอาจพุ่งจากราว 4.7 แสนล้านบาท เป็นกว่า 2 ล้านล้านบาท ภายในช่วงปี 68-74 โดยปัจจุบันมีผู้ลงทุนกว่า 10 ราย ทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI มูลค่าเกือบแสนล้านบาท
นอกจากเรื่องการเติบโต กสทช. ยังกังวลถึงผลกระทบด้านพลังงาน เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก หากไม่มีการจัดโซนนิ่งที่เหมาะสมอาจกระทบระบบพลังงานในอนาคต และยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยและทุนเทา ที่อาจใช้ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นช่องทางทำสิ่งผิดกฎหมาย
การเปลี่ยนใบอนุญาตและการจัดระเบียบ จึงช่วยให้ตรวจสอบผู้ให้บริการได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งในด้านความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย โดยไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นการลงทุน แต่เป็นการวางกรอบเพื่อให้การลงทุนเติบโตอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับทรัพยากรของประเทศ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
