
กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง กับเรื่องสแกนม่านตาแลกเงิน โดยคุณ รังสิมันต์ โรม ออกมาบอกว่า ได้รับข่าวมีการซื้อขายข้อมูลชีวภาพ และสแกนม่านตา โดยจ่ายเงินเป็นคริปโตฯ มูลค่า 2,000 บาท เพื่อแลกข้อมูลชีวมิติ
ถ้าถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงน่ากังวล?
เหตุผลหลักเลยคือ ข้อมูลสามารถเอาไปสร้างตัวตนปลอมบนโลกออนไลน์ ซึ่งอาจเป็นแหล่งสำคัญของการสร้างบัญชีม้า และเป็นแก๊งสแกมเมอร์ได้ แปลว่าถ้ามีคนไม่หวังดีได้ข้อมูลนี้ที่ได้ข้อมูลนี้จนสุดท้ายก็นำไปใช้ ก็นับเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับเจ้าของข้อมูลได้ภายหลัง
แม้ทางบริษัทต้นสังกัดที่เป็นเจ้าของระบบ Orb จะเคยออกมาแถลงว่าข้อมูลที่ถูกสแกนไปนั้นทางบริษัทได้จัดเก็บไว้ เพียงแต่ใช้เพื่อการยืนยันตัวตนเป็นมนุษย์ และแก้ปัญหาของมิจฉาชีพที่นำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด รวมถึงยังมีการย้ำว่าทางบริษัทดำเนินงานตามข้อกำหนดอย่างถูกต้อง ผ่านการปรึกษาหน่วยงาน PDPC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะมีการนำระบบเหล่านี้เข้ามาแล้ว
จะเลิกกังวลความเสี่ยงนี้ได้ยังไง ในเมื่อโลกนี้ “ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ”
ที่จริงเรื่องนี้มีความเห็นแตกออกเป็นหลายเสียงมาก บ้างก็ว่า ‘ยังไงก็ไม่ปลอดภัย ไว้ใจไม่ได้’ บางคนบอกว่า ‘ทุกวันนี้ข้อมูลก็หลุดไปหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่แล้วจะกลัวทำไม’ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่คนจะมีมุมมองเหล่านี้ เพราะผลลัพธ์ของเรื่องนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นให้เห็นในทันที
ซึ่ง คุณ รังสิมันต์ โรม เองก็ให้ข้อมูลที่ได้รับเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ยังต้องกังวล และหาแนวทางป้องกันเพราะบริษัทมีการเชื่อมโยงกับพาร์ทเนอร์กับบุคคลที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์แอบแฝง โดยเป็นข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงาน ส.ค.ส. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
และกำลังสืบต่อ เพราะมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องระดับชาติ แต่เป็นเรื่องระดับโลกแล้ว จากการมีบริษัทข้ามชาติหลายๆ บริษัทมาเกี่ยวข้อง ที่มีลักษณะกระบวนการบางอย่างทำให้การแสวงหาผู้ที่รับประโยชน์จริงๆ จากการฟอกเงิน หรือเส้นทางการเงินต่างๆ
ฝั่งของ CIB เองก็ได้ออกมาให้ความเห็นว่าทุกข้อมูลสำคัญของเราไม่ว่าจะเป็นอะไร ก็เป็นข้อมูลที่อ่อนไหว ไม่ควรให้ใครง่าย ๆ ทุกคนควรตระหนัก และต้องให้ความสำคัญกันมากขึ้น เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นจะถูกส่งต่อไปที่ไหนบ้าง
สุดท้ายแล้ว เงินที่ได้มาชั่วคราวจากการที่ขายข้อมูลม่านตา อาจสร้างความเสียหายแบบที่ได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งเราในฐานะที่เป็นเจ้าของข้อมูล ก็ควรป้องกันและรักษาสิทธิ์ของตัวเองให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาร้ายแรงในอนาคต ถ้าหากปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว ก็ยากที่จะแก้ไข เพราะข้อมูลชีวมิติไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
