
สังคม
เเก้ปัญหาถูกจุดไหม? เปิดปม Telegram ยื่นฟ้องศาล หลังโดนอินเดียสั่งบล็อกยกประเทศ สกัดแก๊งโกงข้อสอบ
19 มิถุนายน 2569
กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง หลัง Telegram ได้ยื่นฟ้องต่อศาลสูงกรุงนิวเดลี เพื่อคัดค้านคำสั่งของรัฐบาลอินเดียและหน่วยงานจัดสอบแห่งชาติ (NTA) ที่สั่งจำกัดการใช้งานแพลตฟอร์มชั่วคราว
ก่อนการสอบคัดเลือกเข้าเรียนแพทย์ NEET-UG รอบใหม่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิ.ย.69 นี้
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการสอบรอบก่อนเมื่อเดือนที่ผ่านมาถูกยกเลิกผลสอบ จากกระแสข้อกล่าวหาเรื่องข้อสอบรั่วและการทุจริต จนกลายเป็นประเด็นเรื่องความโปร่งใสของระบบการศึกษาในอินเดีย ถึงขั้นมีการเรียกร้องให้รัฐมนตรีศึกษาธิการลาออก
⚫แล้วเกี่ยวอะไรกับ Telegram?
NTA ให้เหตุผลว่า ทางการอินเดียพบแชนเนลและกลุ่มจำนวนมากบน Telegram ที่อ้างว่าสามารถหาข้อสอบหลุดมาได้ และเรียกเก็บเงินจากนักเรียนกับผู้ปกครองตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนรูปี จึงต้องการป้องกันการหลอกขายข้อสอบปลอมและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จก่อนการสอบรอบใหม่นี้
แต่ขณะเดียวกัน NTA ก็ยืนยันว่าข้อสอบจริง ถูกเก็บอยู่ในระบบที่มีความปลอดภัยสูง และคนนอกไม่สามารถเข้าถึงข้อสอบได้ การอ้างว่าสามารถขายหรือเข้าถึงข้อสอบล่วงหน้าได้ จึงเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงและทุจริต รัฐบาลอินเดียจึงใช้ยาแรง โดยสั่งบล็อกการเข้าถึง Telegram ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 16–22 มิ.ย. 69 พร้อมสั่งให้ Telegram ระงับการใช้งานฟีเจอร์แก้ไขข้อความในประเทศชั่วคราว จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 69
เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้ Telegram หลอกลวงหรือเผยแพร่ข้อมูลที่อาจกระทบต่อการสอบรอบใหม่ แม้จะยอมรับว่ามาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปจำนวนมากก็ตาม
⚫ซีอีโอ Telegem บอก “ปิดไปเขาก็ย้ายไปใช้แอปฯ อื่นอยู่ดี”
Telegram ได้ยื่นฟ้องต่อศาลสูงเดลีเพื่อคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ด้าน Pavel Durov ซีอีโอของ Telegram มองว่า มาตรการนี้ ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะมิจฉาชีพก็สามารถย้ายไปใช้แอปฯ อื่นได้ แต่คนที่เดือดร้อนอย่างหนักกลับเป็นผู้ใช้งานทั่วไปในประเทศ
⚫ผลกระทบวงกว้าง และเสียงสะท้อนจากสังคมอินเดีย
อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ที่สุดของ Telegram โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 150 ล้านคน การสั่งระงับการใช้งานแอปฯ กะทันหัน จึงส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เป็นวงกว้าง ทั้งกลุ่มนักเรียน โดยเฉพาะคนที่ที่มีรายได้น้อย ที่ใช้ Telegram เป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มติว หนังสือ และเอกสารการเรียนฟรี
หรือภาคธุรกิจ ที่ผู้ประกอบการจำนวนมากใช้ Telegram เป็นช่องทางติดต่อกับลูกค้า มาตรการนี้จึงอาจกระทบต่อธุรกิจที่จะส่งผลไปถึงเศรษฐกิจไม่น้อย กรณีนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งคำถามที่น่าคิดว่า การจำกัดการใช้งานแพลตฟอร์มยกเข่งแบบนี้ จะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่
หรือสิ่งที่ควรได้รับการแก้ไขมากกว่า คือช่องโหว่ในระบบที่เปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตตั้งแต่ต้น เพราะคนผิด ก็ยังหาช่องทางอื่นในการทำผิดได้อยู่ดี ขณะที่ผู้ใช้งานทั่วไปกลับต้องรับผลกระทบตามไปด้วยทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
